svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สังคม

กสส. สั่งกมก.สหกรณ์ออมทรัพย์ ก.เกษตรฯหยุดทำหน้าที่ เร่งสอบยอดเงินทุจริต

04 พฤษภาคม 2565
1.6 k

กรมส่งเสริมสหกรณ์ สั่งกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ กระทรวงเกษตรฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ย้ำสมาชิกไม่ต้องกังวลเงินฝาก กสส.ตั้งผู้ตรวจการสหกรณ์สอบยอดเงินเสียหายให้จบใน  30 วัน  หลังสอบเสร็จเงินเข้าบัญชีตามจริงทุกคน

4 พฤษภาคม 2565 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รายงานว่า นายทะเบียนสหกรณ์ ได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว สาเหตุจากกรรมการสหกรณ์ไม่ตรวจสอบยอดความเสียหายให้แล้วเสร็จภายในกำหนดของนายทะเบียน เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อาจทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้างขึ้น  ซึ่งในเรื่องนี้ได้กำชับให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ทำความเข้าใจกับสมาชิกในเรื่องสภาพคล่องของสหกรณ์แห่งนี้ซึ่งมีอยู่มากเพื่อไม่ให้เกิดความตระหนกและแห่มาถอนเงิน


นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ (กสส.)เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 พ .ค.2565  นายทะเบียนสหกรณ์ ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ ที่ (สสพ.1 ) 9/2565   เรื่องให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว (ชุดที่  50) จากนั้นได้มีคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่(สสพ.1) 10/2565  ลงวันที่ 3 เม.ย.65 เรื่องมอบหมายให้ผู้ตรวจการสหกรณ์ดำเนินการแทนคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องให้แล้วเสร็จตามวิธีการและระยะเวลาที่กำหนด  30 วัน และให้สอบสวนหาผู้กระทำการทุจริตและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินฝากของสมาชิก พร้อมรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต  พร้อมทั้งตรวจสอบยอดการทุจริตทั้งหมด

 

กสส. สั่งกมก.สหกรณ์ออมทรัพย์ ก.เกษตรฯหยุดทำหน้าที่ เร่งสอบยอดเงินทุจริต

 

" กรณีนี้ฝากแจ้งสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ ทุกท่านว่าไม่ต้องตื่นตระหนกมาถอนเงิน เนื่องจากสภาพคล่องของสหกรณ์ยังมีอยู่มาก และเมื่อชุดของผู้ตรวจสหกรณ์เข้าตรวจสอบบัญชีแล้วเสร็จ จะมีการคืนเงินเข้าบัญชีตามเงินออมจริงของท่านทุกประการ และหากการตรวจสอบไม่พบว่ามีกรรมการผู้ใดเข้าไปมีส่วนในการทุจริตก็จะออกคำสั่งให้กลับเข้าทำหน้าที่เช่นเดิม " อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว

ทั้งนี้คำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ ที่ (สสพ.1)9/2565   เรื่องให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว โดยระบุว่า ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงตามรายงานผลสอบกิจการและฐานะการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด ซึ่งผู้ตรวจการสหกรณ์เข้าทำการตรวจสอบสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2565 พบว่า ยอดเงินรับฝากของสมาชิกบางรายไม่ตรงกับยอดเงินรับฝากคงเหลือในบัญชีคุมของสหกรณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหกรณ์อาจมีการกระทำการทุจริต ยักยอกเงินฝากสมาชิก 

 

กสส. สั่งกมก.สหกรณ์ออมทรัพย์ ก.เกษตรฯหยุดทำหน้าที่ เร่งสอบยอดเงินทุจริต

กสส. สั่งกมก.สหกรณ์ออมทรัพย์ ก.เกษตรฯหยุดทำหน้าที่ เร่งสอบยอดเงินทุจริต

 

เบื้องต้นพบความเสียหายจำนวนมาก  คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับหัวหน้าการเงินและผู้จัดการสหกรณ์ เมื่อ 3 เม.ย.65 นายทะเบียนสหกรณ์จึงได้มีคำสั่งที่ (สสพ.1)6/2565 ลงวันที่  4 เม.ย.65 ให้สหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่ามีการทุจริตอย่างไร ผู้ใดกระทำผิดและรวบรวมหลักฐานการกระทำผิดโดยให้ดำเนินการแล้วเสร็จใน  7 วัน แต่เมื่อพ้นกำหนดพบว่าสหกรณ์ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้นยังไม่ทราบยอดความเสียหาย 

 

กรณีการทุจริตพบว่ามีความเสียหายจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อสหกรณ์และประโยชน์ส่วนรวมจำนวนมาก การดำเนินการที่ล่าช้าไม่เป็นไปตามคำสั่งนายทะเบียน จึงเป็นการกระทำการหรืองดเว้นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ของตนอันอาจเสื่อมเสียผลประโยชน์สมาชิก ประกอบกับมีเหตุอันสงสัยได้ว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำการทุจริตในสหกรณ์เพิ่มเติม

กสส. สั่งกมก.สหกรณ์ออมทรัพย์ ก.เกษตรฯหยุดทำหน้าที่ เร่งสอบยอดเงินทุจริต

 

นายทะเบียนสหกรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การดำเนินการสอบสวนหาผู้ใดเป็นผู้กระทำให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิก ผู้ใดที่ต้องรับผิดชอบ เพื่อให้ทราบความเสียหายทั้งหมดพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำทุจริตและให้ตรวจสอบยอดเงินสมาชิกทุกราย โดยให้ดำเนินการโดยเร็ว จึงอาศัยอำนาจตามพรบ.สหกรณ์  พ.ศ.2542  มาตรา  22 ประกอบคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ ที่ 2/2562  เรื่องมอบอำนาจให้รองนายทะเบียนสหกรณ์ปฏิบัติหน้าที่แทนนายทะเบียนสหกรณ์ สั่ง ณ วันที่ 27 พ.ค.2562    นายทะเบียนจึงออกคำสั่งที่ (สสพ.1) 9/2565   ให้คณะกรรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชุดที่ 50 จำนวน  15 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวมีกำหนดเวลา  30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนี้

 

ทั้งนี้หากกรรมการประสงค์อุทธรณ์คำสั่ง ให้ยื่นต่อกรรมการพิจารณาใน30 วัน