“ไอติม พริษฐ์” ชู ปลดล็อกท้องถิ่น ชี้ ไม่ใช่ปชช.ไม่รู้ปัญหาแต่ไม่มีอำนาจ
24 เม.ย. 2565

“ไอติม พริษฐ์” ชู ปลดล็อกท้องถิ่น ชี้ ไม่ใช่ปชช.ไม่รู้ปัญหาแต่ไม่มีอำนาจ ติงรัฐบาล “ประยุทธ์” สอนประชาชนให้แก้ปัญหาตัวเอง แต่กลับผลักดันกระจายอำนาจน้อยมาก
ข่าว
24 เม.ย. 2565

“ไอติม พริษฐ์” ชู ปลดล็อกท้องถิ่น ชี้ ไม่ใช่ปชช.ไม่รู้ปัญหาแต่ไม่มีอำนาจ ติงรัฐบาล “ประยุทธ์” สอนประชาชนให้แก้ปัญหาตัวเอง แต่กลับผลักดันกระจายอำนาจน้อยมาก
24 เมษายน 2565 ที่ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ วานนี้(23 เม.ย.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม 1 ใน 22 คนผู้ริเริ่มเชิญชวนเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปลดล็อกท้องถิ่น และผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า กล่าวบนเวทีแคมเปญ “ขอคนละชื่อปลดล็อกท้องถิ่น” หัวข้อ “เส้นทางคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น” กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ตนคงไม่จำเป็นต้องพูดถึงปัญหาของจังหวัดเชียงใหม่ เพราะคนที่รู้ดีที่สุด ว่าปัญหาของเชียงใหม่คืออะไร คือคนเชียงใหม่เองและนี่คือความจำเป็นที่เราต้องกระจายอำนาจให้จังหวัดสามารถบริหารจัดการและกำหนดอนาคตของตนเองได้ เพราะปัญหาในปัจจุบันไม่ว่าที่เชียงใหม่หรือจังหวัดอื่น ไม่ได้เป็นเพราะคนในจังหวัดนั้นไม่รู้ปัญหาหรือไม่มีทางออก แต่เพราะไม่มีการกระจายอำนาจ
ตั้งแต่การรัฐประหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในปี 2557 มาถึงรัฐบาลสืบทอดอำนาจในปัจจุบัน เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เรามีรัฐบาลที่มักสอนประชาชนอยู่เสมอ ให้แก้ปัญหาของตัวเองมีหลายพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ที่ประกาศสนับสนุนการกระจายอำนาจ แต่เรากลับเห็นความพยายามของรัฐบาลน้อยมาก ในการกระจายอำนาจให้แต่ละจังหวัดสามารถจัดการปัญหาของตนเองได้
หัวใจสำคัญของการกระจายอำนาจคือ การพยายามโอนถ่ายอำนาจจากราชการส่วนกลางหรือภูมิภาคมาสู่ท้องถิ่น การกระจายอำนาจจะสร้างประโยชน์ให้เรา 2 เด้ง เด้งที่หนึ่งคือ ทำให้ท้องถิ่นมีศักยภาพและประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของตัวเองมากขึ้น โดยการกระจายอำนาจที่มีประสิทธิภาพ ต้องกระจายอย่างน้อย 3 อย่าง คือ
1.กระจายงาน หมายถึง ควรให้ท้องถิ่นเป็นหน่วยหลักในการจัดทำบริการสาธารณะ เพราะท้องถิ่นใกล้ชิดประชาชน สามารถทำงานตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้ ต่อเมื่อท้องถิ่นทำเรื่องใดไม่ได้ จึงค่อยไล่ระดับขึ้นไปหาส่วนกลาง
2.กระจายเงิน คือ ทำอย่างไรให้ท้องถิ่นมีอิสรภาพในการหารายได้และตัดสินใจใช้งบประมาณด้วยตัวเองได้มากที่สุดโดยส่วนกลางต้องเข้ามามีบทบาทในการทำให้ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างท้องถิ่นทมีความพร้อมแตกต่างกัน
3.กระจายคน ซึ่งไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนคนที่เข้ามาทำงานการเมืองหรือราชการในท้องถิ่นแต่รวมถึงการให้ผู้บริหารสูงสุดในพื้นที่ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน
ส่วนประโยชน์เด้งที่สอง คือทำให้ส่วนกลางมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาของประเทศในภาพรวมการกระจายอำนาจจึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น
เราไม่ได้มองการกระจายอำนาจเป็นประเด็นเฉพาะหรือนโยบายเดียว แต่การกระจายอำนาจเป็นหัวใจหรือต้นตอสำคัญของการแก้ไขหลายปัญหา เช่น ถ้าเราอยากให้เศรษฐกิจเติบโต เป็นไปไม่ได้เลยถ้าเราไม่กระจายอำนาจ เพื่อให้เกิดการสร้างงานในแต่ละพื้นที่ ถ้าอยากแก้ความเหลื่อมล้ำระหว่างแต่ละจังหวัด เราไม่สามารถกระจายความเจริญไปทั่วประเทศได้หากไม่กระจายอำนาจ
ถ้าเราอยากทำให้บริการสาธารณะมีคุณภาพมากขึ้น ก็ต้องให้ท้องถิ่นมีความใกล้ชิดกับประชาชน เป็นคนรับผิดชอบ ถ้าเราอยากสร้างระบบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยและไว้ใจประชาชน เราต้องเริ่มต้นจากการไว้ใจให้ท้องถิ่น สามารถจัดการแก้ไขปัญหาของตัวเองได้ก่อน
ดังนั้น หากลองจินตนาการภาพสุดท้าย สร้างบ้านหลังใหม่ที่ชื่อประเทศไทยแต่ละห้องในบ้านหลังนั้น คือมิติของคุณภาพชีวิตแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การสาธารณสุข ความปลอดภัยในชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่ดี การกระจายอำนาจไม่ใช่แค่ห้องห้องเดียวในบ้านหลังนั้น แต่เป็นกุญแจที่ทำให้เราเข้าไปสู่บ้านหลังนั้น
ทั้งนี้ สามารถร่วมลงชื่อปลดล็อกท้องถิ่นได้เลยที่จุดลงชื่อทั่วประเทศไทย หรือ ลงชื่อทางออนไลน์ได้ที่: https://progressivemovement.in.th/campaign-decentralization/
ข่าวล่าสุด