svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สังคม

สรุปครบจบที่นี่ ผ่อนคลายมาตรการคุม "โควิด" ประเทศไทย เริ่ม 1 พ.ค.นี้

ศบค.ชุดใหญ่ มีมติปรับมาตรการผ่อนคลายในการควบคุมโควิด-19 ทั้งการยกเลิกตรวจ RT-PCR เข้าไทย โซนพื้นที่ควบคุมโควิด มาตรการเปิดเรียน และขยายเวลาดื่มถึงเที่ยงคืน "เนชั่นออนไลน์"รวบรวมรายละเอียดทั้งหมด ไว้ที่นี่แล้ว

22 เมษายน 2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ครั้งที่ 7/2565 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้ประชุมเพื่อปรับมาตรการในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด

 

สรุปครบจบที่นี่ ผ่อนคลายมาตรการคุม \"โควิด\" ประเทศไทย เริ่ม 1 พ.ค.นี้

 

ที่ประชุม ศบค. ได้มีการพิจารณาการปรับระดับพื้นที่สถานการณ์และมาตรการป้องกันควบคุมโรค โดยยกเลิกพื้นที่ควบคุม หรือ พื้นที่สีส้ม 20 จังหวัด ส่งผลให้จังหวัดพื้นที่เฝ้าระวังสูง หรือพื้นที่สีเหลืองจาก 47 เพิ่มเป็น 65 จังหวัด พร้อมกันนี้ได้เพิ่มพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว หรือพื้นที่สีฟ้า อีก 2 แห่ง ยกเลิกตรวจ RT-PCR เข้าไทย เสี่ยงสูงกักตัว 5 วัน (+5วัน) ขยายเวลานั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านถึงเที่ยงคืน โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 1 พ.ค. 2565

 

 สรุปปลดล็อคคุมโควิดแบบแพคเกจครั้งใหญ่  เปิดประเทศเต็มรูปแบบ 1 พ.ค. 2565  ดังต่อไปนี้

ศบค. ปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ย่อยทั่วราชอาณาจักร โดยไม่มีพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เฝ้าระวัง สำหรับพื้นที่สถานการณ์โควิด19 มีดังนี้


 พื้นที่เฝ้าระวังสูง 65 จังหวัด  ประกอบด้วย

กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย ตรัง ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นครพนม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ นราธิวาส น่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา พะเยา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ มหาสารคาม มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ยะลา ร้อยเอ็ด ระนอง ราชบุรี ลพบุรี ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อ่างทอง อำนาจเจริญ อุดรธานี อุตรดิตถ์ อุทัยธานี อุบลราชธานี

 พื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 12 จังหวัด   ประกอบด้วย

  • กรุงเทพมหานคร กระบี่ กาญจนบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ นนทบุรี ปทุมธานี พังงา เพชรบุรี ภูเก็ต ระยอง สงขลา (จังหวัดอื่นดำเนินการบางพื้นที่) ใช้มาตรการเดียวกับพื้นที่เฝ้าระวัง

 

สรุปครบจบที่นี่ ผ่อนคลายมาตรการคุม \"โควิด\" ประเทศไทย เริ่ม 1 พ.ค.นี้

 

 

ทั้งนี้ มาตรการควบคุมโควิด พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว และ พื้นที่เฝ้าระวังสูง มีดังนี้

1. คงมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิดแบบบูรณาการ ตามระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร 1 พ.ย. 64 ทั้งนี้ทุกพื้นที่ปิดสถานบริการสถานบันเทิงและสถานบริการอื่นในลักษณะคล้ายกัน

2. ปรับมาตรการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร หรือสถานที่ลักษณะเดียวกัน

  • จำกัด เวลาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากเดิมไม่เกิน 23.00 น. เป็นไม่เกิน 24.00 น.
  • จำกัดประเภทร้านอาหารที่ขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ ต้องเป็นร้านอาหารต้องผ่าน SHA+ หรือ Thai Stop COVID 2 Plus และมาตรการ COVID Free Setting

3. สถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ให้เปิดดำเนินการในรูปแบบร้านอาหารได้ตามมาตรการที่กำหนด โดยขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. ได้

4. Work from home ตามความเหมาะสมและการพิจารณาของหน่วยงาน

 

สรุปครบจบที่นี่ ผ่อนคลายมาตรการคุม \"โควิด\" ประเทศไทย เริ่ม 1 พ.ค.นี้

 ศบค. ปรับมาตรการเดินทางเข้าราชอาณาจักร


1. กรณีฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์

  • ลงทะเบียน Thailand Pass 
  • แสดงหลักฐานฉีดวัคซีน/ประกันภัย 10,000 USD
  • ตรวจ Self ATK ระหว่างพำนัก
  • เสี่ยงสูงกักตัว 5 วัน + สังเกตอาการ 5 วัน

 

2. กรณีไม่ได้ฉีดวัคซีน หรือ ฉีดไม่ครบ

  • ลงทะเบียน Thailand Pass 
  • แสดงหลักฐานจองห้องพัก (AQ)/ประกันภัย 10,000 USD
  • แสดงหลักฐานตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางไม่เกิน 72 ชม.
  • ตรวจ RT-PCR ในวันที่ 4-5 
  • ตรวจ Self ATK ระหว่างพำนัก
  • เสี่ยงสูงกักตัว 5 วัน จากนั้น สังเกตอาการ 5 วัน

 

สรุปครบจบที่นี่ ผ่อนคลายมาตรการคุม \"โควิด\" ประเทศไทย เริ่ม 1 พ.ค.นี้

 

นอกจากนี้ ศบค. เห็นชอบ มาตรการเตรียมความพร้อม เปิดภาคเรียนที่ 1/2565 ของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้

  • ประเมินตนเองของ รร. ผ่าน TSC plus
  • สร้างความรับรู้แก่ผู้ปกครอง และบุคลากร
  • เพิ่มมาตรการฉีดวัคซีนผู้ปกครอง บุคลากร โดยเฉพาะเข็ม booster dose ผ่านเครือข่ายระดับพื้นที่โดยเฉพาะคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
  • กำกับ ติดตาม ทบทวน มาตรการ และแผนเผชิญเหตุ

 

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 1/2565 ในเดือน พ.ค. นี้  โดยกำหนดนโยบายให้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบ On-site หรือ จัดการเรียนการสอนที่สถานศึกษาให้มากที่สุด และไม่นำเรื่องการฉีดวัคซีนมาเป็นเงื่อนไขในการมาเรียนของนักเรียน ขณะเดียวกันจะรณรงค์ให้นักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล – ชั้น ปวส. เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้มากที่สุด

 

ส่วนการดูแลนักเรียน เบื้องต้นแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

  1. กลุ่มที่มาโรงเรียนได้ ต้องเว้นระยะห่างในการทำกิจกรรมต่าง ๆ
  2. กลุ่มที่ไม่สามารถมาเรียนที่โรงเรียนได้ ให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนในรูปแบบที่เหมาะสมกับผู้เรียน เช่น การเรียนการสอนแบบ ON-LINE ผ่านอินเทอร์เน็ต และ ON-HAND สำหรับนักเรียนที่ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ ให้นำหนังสือ แบบฝึกหัด ใบงาน ไปเรียนรู้ที่บ้าน เป็นต้น
     

สรุปครบจบที่นี่ ผ่อนคลายมาตรการคุม \"โควิด\" ประเทศไทย เริ่ม 1 พ.ค.นี้


สำหรับมาตรการความปลอดภัย 6-6-7 เพื่อลดความเสี่ยงโควิดในสถานศึกษา ที่สถานศึกษาต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด  ประกอบด้วย

  • 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ คัดกรองวัดไข้ ลดการแออัด และทำความสะอาด 
  • 6 มาตรการเสริม ดูแลตนเอง ใช้ช้อนกลางส่วนตัว กินอาหารปรุงสุกใหม่ ลงทะเบียนเข้าออกโรงเรียน สำรวจตรวจสอบ และกักกันตัวเอง
  • แนวทาง 7 มาตรการเข้มสำหรับสถานศึกษา มีดังนี้
  1. ประเมิน TSC+ และรายงานผลผ่าน MOE COVID อย่างต่อเนื่อง
  2. Small Bubble ทำกิจกรรมแบบกลุ่มย่อย
  3. อาหารตามหลักสุขาภิบาลอาหารและหลักโภชนาการ
  4. อนามัยสิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศ ความสะอาด น้ำ ขยะ
  5. School Isolation มีแผนเผชิญเหตุและซักซ้อม
  6. Seal Route  ดูแลการเดินทางจากบ้านไปโรงเรียน
  7. School Pass สำหรับทุกคนในสถานศึกษาเพื่อไว้ตรวจสอบข้อมูลทางสาธารณสุข

 

สรุปครบจบที่นี่ ผ่อนคลายมาตรการคุม \"โควิด\" ประเทศไทย เริ่ม 1 พ.ค.นี้

ที่มา : ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.)