แม้ว่า การดำเนินโครงการ คนละครึ่งเฟส 5 จะยังไม่คลอดออกมาอย่างเป็นทางการ แต่จากที่ผ่านมา หากดูเฉพาะการดำเนินโครงการคนละครึ่ง เฟส 4 พบว่า มีการใช้เงินดำเนินโครงการที่ค่อนข้างสูง โดยใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงินโควิด-19 เพิ่มเติม วงเงิน 5 แสนล้านบาท เป็นจำนวนเงินมากถึง 34,800 ล้านบาท เพื่อเติมเงินให้คนละ 1,200 บาท
ขณะที่ กรอบวงเงินตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ เพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท พบว่า มีวงเงินดังนี้ (อัปเดตเมื่อ 11 เม.ย. 2565)
- ใช้ไปแล้ว 425,750 ล้านบาท
- จำนวนโครงการ 68 โครงการ
- วงเงินคงเหลือ 74,037 ล้านบาท
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายเงินกู้เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤต ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ได้ใช้ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 1,356,520 ล้านบาท แยกเป็นการใช้จ่ายในกลุ่มต่าง ๆ ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ 3 กลุ่ม ดังนี้
- ด้านสาธารณสุข ใช้ไปแล้วทั้งสิ้น 213,581 ล้านบาท
- ด้านการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ใช้ไปแล้วทั้งสิ้น 869,430 ล้านบาท
- ด้านการรักษาระดับการจ้างงานของผู้ประกอบการและการกระตุ้นการบริโภคในระบบเศรษฐกิจ ใช้ไปแล้วทั้งสิ้น 273,508 ล้านบาท
ตอนนี้ เรากู้เงินเยอะแล้ว เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ซึ่งบางประเทศก็มีการกู้เงินมากกว่าไทย แต่ขณะนี้หลายประเทศเริ่มเข้าสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจแบบปกติ คือ เน้นไปที่การลงทุน ในส่วนของไทยคือ การเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน ถ้าจะกู้เพิ่มจะต้องดูเรื่องวินัยการเงินการคลัง แม้รายได้ของรัฐจะเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงเดียวกันปีงบประมาณ 2564
ส่วนโครงการ “คนละครึ่งระยะที่ 5” นั้น ยังต้องพิจารณาว่าจำเป็นหรือไม่ เนื่องจากเป็นมาตรการที่ใช้งบประมาณสูง และกระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ขณะที่การแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนก็มีการช่วยเหลือแล้ว
“ขณะนี้เศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ รายรับของประชาชนเริ่มกลับมา จึงควรจะลดมาตรการดังกล่าว และเข้าสู่การสร้างงานสร้างอาชีพ เพื่อทำให้ประชาชนกลับมามีรายได้เพิ่ม ซึ่งขณะนี้ก็ได้ผลักดันมาตรการผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจแล้ว
ส่วนความคืบหน้าการใช้จ่ายภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้เพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท ขณะนี้ก็ยังกู้ไม่หมดเหลืออีกประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งการจะกู้ต้องดูในเรื่องของความจำเป็นในการใช้เงิน และจะเป็นการทยอยกู้ไม่ใช่กู้มารอไว้” นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าว