4. ตัวเลขดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยของรัฐบาล คือร้อยละ 2.42 คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 211,046.48 ล้านบาทเศษต่อปี แต่ขณะนี้ดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มจะกลับสูงขึ้น ซึ่งยอดหนี้ 8,720,929.74 ล้านบาทดังกล่าว เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ทุก 1% จะสร้างภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกปีละ 87,209.29 ล้านบาท ถ้าขึ้นไปถึงระดับ 4% เท่ากับเมื่อสิบปีก่อน (ธ.ค. 2555 ดอกเบี้ย 10 ปีเท่ากับ 3.7% ธ.ค. 2556 เท่ากับ 4.1%) จำนวนเงินดอกเบี้ยแต่ละปี ก็จะเพิ่มขึ้นเกือบ double
5. พ.ต.อ.ทวี วิเคราะห์ว่า รัฐบาลจะประสบปัญหาชำระหนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เพราะงบประมาณแผ่นดินมี ‘รายจ่ายประจำ’ มากกว่า 2.1 ล้านล้านบาทต่อปี (งบประมาณปี 2566 เป็นรายจ่ายประจำมากถึง 2,396,942.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 75.26 ของวงเงินงบประมาณ)
แนวทางการชำระหนี้เงินกู้ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน จึงไม่มี นอกเสียจากการ “กู้หนี้ก้อนใหม่มาจ่ายคืนหนี้เงินกู้ก้อนเก่า” หรือเรียกว่า “เงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ”
"ดอกเบี้ย”เป็นสิ่งที่เดินไม่หยุด เปรียบเสมือนมะเร็งร้ายทางการเงินที่แพร่เชื้อลุกลามเข้าสู่ปวงชนที่ยากต่อการรักษา และเป็นภาระของคนในอนาคตต้องใช้หนี้และดอกเบี้ยที่เพิ่ม"
ตัวอย่าง งบประมาณรายจ่ายปี 2565 การชำระหนี้ภาครัฐรวมจำนวน 363,269 ล้านบาท ใช้หนี้เงินต้นเพียง 100,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่เป็นดอกเบี้ยมากถึง 263,269 ล้านบาท รัฐบาลจึงอยู่ในวังวน “กู้หนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่า” (ใช้ดอกเบี้ย) ที่แทบมองไม่เห็นอนาคตว่าเมื่อไรจะใช้หนี้หมด
และล่าสุดจากรายงานการเงินแผ่นดิน ที่รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 ที่การเงินแผ่นดินรัฐบาลมีรายได้น้อยกว่ารายจ่าย ที่เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลไทยเสี่ยงต่อการเข้าสู่ภาวะการล้มละลาย จึงเป็นห่วงการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่แทบมองไม่เห็นอนาคตที่ดีของประชาชนชาวไทยเลย