- ตัวอย่างการใช้งบประมาณที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดคอร์รัปชันของ กทม. ในช่วงปี พ.ศ. 2558 – 2564
- หน่วยงานที่มีการจัดซื้อฯ มากที่สุด 3 อันดับ คือ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการระบายน้ำ และสำนักการโยธา สำนักงานเขตที่จัดซื้อฯ มากที่สุด 3 อันดับคือ เขตคลองสามวา เขตหนองจอก และเขตมีนบุรี
- มีการจัดซื้ออาหารเสริม นม อาหารเด็กนักเรียน 444 โครงการ 1.7 หมื่นล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่รวมการจัดซื้อเองของโรงเรียนในสังกัดทั้ง 437 แห่ง
- มีการลงทุนสร้างตลาดน้ำ 14 แห่งตลอดช่วงสิบปีที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าหมดเงินไปเท่าไหร่ แต่ทุกวันนี้เห็นเพียงที่คลองโอ่งอ่างและคลองผดุงกรุงเกษมที่เปิดดำเนินการอยู่
- โครงการปรับปรุงคลองช่องนนทรี ที่ประกาศจะทำให้ทำให้น้ำคลองสะอาดและภูมิทัศน์สวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนเหมือนในเกาหลี แต่ทำจริงกลับมีแค่การใช้งบจำนวนมากเพื่อปรับปรุงทางเท้าโดยรอบ ไม่ปรากฏว่าได้ทำอะไรให้น้ำคลองหายเหม็น
- การปรับปรุงสวนลุมพินี พื้นที่ 360 ไร่ ใช้งบประมาณ 1.7 พันล้านบาท งบราวครึ่งหนึ่งถูกใช้เป็นค่าสิ่งก่อสร้าง เช่น อาคารจอดรถขนาดใหญ่ อีกครึ่งเป็นค่าต้นไม้และสวน
- สำนักการโยธาฯ ซื้อยางมะตอยเพื่อซ่อมผิวถนนราวปีละ 170 – 190 ล้านบาท ข้อมูลจากระบบ ACT ai ชี้ว่าคู่สัญญาบางรายน่าจะเป็นเพียงนายหน้า เพราะขาดคุณสมบัติเป็นผู้ผลิตหรือให้บริการด้านนี้ได้ เช่น ไม่มีโรงงาน ไม่มีสายการผลิตหรือแปรรูป โกดัง เครื่องจักรหนัก ฯลฯ
- การจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล 11 แห่งและศูนย์บริการสาธารณะสุข 69 แห่ง ของ กทม. มักจัดซื้อเป็นรายการย่อยที่มูลค่ารวมต่อครั้งไม่สูงมาก จึงน่าแปลกใจว่าทำไมไม่ซื้อคราวละหลายรายการเพื่อให้ได้ราคาถูก
- มีการเช่ารถขนขยะแบบผูกขาดต่อเนื่องนับสิบปี จากเอกชนที่เป็นนักการเมืองใหญ่
- มีการจัดซื้อเครื่องดนตรีราคาแพงมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท แจกจ่ายไปตามโรงเรียนแต่ขาดครูดนตรีเฉพาะทาง หลังจากนั้นก็ขายออกเป็นของใช้แล้วในราคาถูกมาก เช่น เปียโน
- สองเมกกะโปรเจคอื้อฉาว จากความไม่โปร่งใส ปิดกั้นการตรวจสอบจากภาคประชาชนตาม พ.ร.บ. จัดซื้อฯ คือ โครงการลงทุนโรงกำจัดขยะและผลิตไฟฟ้าที่อ่อนนุช มูลค่า 1,046 ล้านบาท และที่หนองแขม มูลค่า 6,712 ล้านบาท (ยังไม่รวมรายได้จากค่ากระแสไฟฟ้าที่เกิดจากการเผาขยะ) เพราะจงใจถอนตัวจากข้อตกลงคุณธรรม ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อฯ ในเดือนตุลาคม 2563
- งบประมาณหลายพันล้านบาทในแต่ละปี ถูกใช้เป็นค่าทำความสะอาดลอกท่อระบายน้ำและสร้างโครงข่ายระบบระบายน้ำนับพันรายการ แต่คน กทม. ต้องทนอยู่กับน้ำเน่า น้ำท่วมตลอดมา แม้ช่วงการระบาดโควิด งบด้านนี้ก็ยังคงมีการใช้จ่ายจำนวนมากเช่นเดิม อนึ่ง การขุดลอกท่อระบายน้ำปัจจุบันเลิกจ้างกรมราชทัณฑ์และองค์การทหารผ่านศึกหันมาจ้างเอกชนทำแทน
- โครงการอีกมากที่ตรวจสอบข้อมูลได้ยาก เช่น การจัดอีเว้นท์ในโอกาสต่างๆ, การจัดทำ/บูรณะ/ปรับปรุงป้ายรถเมล์, การจัดทำสัญญาณไฟเพื่อคนข้ามถนน มากกว่า 550 จุด แต่ปัจจุบันเหลือใช้งาน 266 จุด, โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิดใช้งบมากกว่า 2,500 ล้านบาทใน 106 โครงการ, การซ่อมบำรุงรถและเรือดับเพลิง, การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงราว 200 ล้านลิตรต่อปี, โครงการกำจัดฝุ่นละอองขนาดเล็กที่แถลงในปี 2562 ว่ามีการลงทุน 120 ล้านบาทเพื่อสร้างหอฟอกอากาศและจัดซื้อรถพ่นละอองน้ำ 6 คันๆ ละ 8 - 9 ล้านบาท นอกนั้นไม่ปรากฏเป็นข่าว
- ปัญหาธรรมาภิบาลของ “กรุงเทพธนาคม” บริษัทลูกของ กทม. เช่น รถโดยสารด่วนพิเศษ บีอาร์ที ที่ขาดทุนสะสมราว 1.4 พันล้านบาทหรือกว่า 200 ล้านบาทต่อปี (2553 ถึง 2560), สัมปทานขุดท่อร้อยสายสัญญาณโทรคมนาคมลงใต้ดิน, การแต่งตั้งผู้บริหาร คณะกรรมการ เป็นต้น
จากการสำรวจ พบว่ามีวิธีการทำงานของ กทม. หลายอย่างที่ไม่โปร่งใส เปิดโอกาสให้เกิดคอร์รัปชันได้ง่าย เช่น
- ในหนึ่งโครงการ มีทั้งที่จัดซื้อโดยส่วนกลาง สำนักงานเขตและที่หน่วยงานเอง วิธีการใช้เงินก็แปลกคือ ใช้ทั้งงบประมาณประจำปีและงบกลาง ทำให้ไม่ปรากฏในแผนงานหรืองบประมาณประจำปีที่ต้องเสนอต่อ สภา กทม.
- การจัดซื้อจำนวนมากตรวจไม่พบในระบบ GF-MIS ของกรมบัญชีกลาง
- มีการบันทึกรายการจัดซื้อเป็นชื่อหน่วยงาน แทนที่จะเป็นชื่อโครงการและแสดงรายการที่จัดซื้อ
- การตั้ง “ชื่อโครงการ” ที่จัดซื้อมีความหลากหลายหรือตั้งแบบครอบจักรวาลแต่ขาดรายละเอียด เช่น “การปรับปรุงภูมิทัศน์” ทำให้ยากต่อการจัดหมวดหมู่และการตรวจสอบ
ในช่วงเวลาที่นักการเมืองกำลังประกาศนโยบายหาเสียง ผมขอเชิญชวนชาว กทม. นักวิชาการและสื่อมวลชนให้ช่วยกันวิเคราะห์วิจารณ์ด้วยว่า บรรดานโยบายที่เขาคุยว่า จะทำให้ “กทม. พัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง มีคุณภาพ ปลอดภัยและสะดวกสบาย” จะเป็นจริงไปได้อย่างไร! หากไม่ชี้ว่าจะใช้วิธีใดปราบคอร์รัปชันที่ฉุดรั้งการพัฒนาและสร้างความไม่ปลอดภัยให้กับคน กทม.
การเลือกตั้งในเมืองหลวงของประเทศ หากยังเน้นขายฝันเช่นวันนี้ก็อย่าหวังให้ประเทศไทยปลอดคอร์รัปชันได้เลย...ขอบ่นดังๆ ว่าเหนื่อยใจครับ