หากทำเช่นนั้นได้ ก็จะสะท้อนออกมาเป็นนโยบายและมาตรการที่ลดความเสี่ยง ไม่ใช่เพิ่มความเสี่ยง และการวางแผนจัดการเรื่องยา และวัคซีน ทั้งในเรื่องความสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติของประเทศพัฒนาแล้ว ปริมาณ ระยะเวลาที่จัดหามาได้ กฎเกณฑ์ที่ถูกกำหนดและส่งผลต่อการเข้าถึงสำหรับทุกคน
ไม่ใช่จัดแล้วทำให้เกิดปัญหาความไม่เป็นธรรม (Health inequity) เกิดปัญหารหัสลับเพื่อลัดคิวหรือเข้าถึงโดยเส้นสายดังที่เห็นบทเรียนมากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
อัพเดตงานวิจัย Long COVID
Sugiyama A และคณะจากประเทศญี่ปุ่น รายงานผลการศึกษาเชิงสำรวจเกี่ยวกับ Long COVID ในผู้ที่เคยติดเชื้อโรคโควิด-19 จำนวน 127 คน จาก 2 โรงพยาบาลในเมืองฮิโรชิม่า ช่วงสิงหาคม 2563-มีนาคม 2564 พบว่า..
ณ ช่วงเวลาที่ทำการสำรวจนั้น มีผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติต่อเนื่องภายหลังจากติดเชื้อในช่วงแรกถึง 52% โดยคนที่เคยติดเชื้อแบบมีอาการน้อย ก็รายงานว่ามี อาการคงค้างสูงถึง 49.5% ทั้งนี้อาการที่พบบ่อยมักเป็นปัญหาเรื่องการดมกลิ่น การรับรส ไอ เป็นต้น
เทียบกันแล้วพบว่า คนที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการคงค้างมากกว่าคนที่อายุน้อยกว่า 40 ปีลงมา ถึง 3.63 เท่า จากผู้ป่วยที่มี Long COVID ทั้งหมด พบว่ามีถึง 29.1% ที่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะการทำงาน
นอกจากนี้ปัญหาสำคัญอีกเรื่องคือ การถูกตีตราทางสังคมหรือกีดกัน (Stigma and discrimination) ที่พบได้มากถึง 43.3%
ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นความสำคัญในการที่แต่ละประเทศควรเตรียมระบบบริการดูแลรักษา ฟื้นฟูสภาพ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วย Long COVID ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณมากในอนาคตหลังจากผ่านพ้นระยะการระบาดหนักไป
หมอธีระ ระบุอีกว่า ไม่ใช่แค่ปัญหาด้านการแพทย์ แต่สิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวัน และผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ ทั้งต่อตัวผู้ป่วย ครอบครัว และประเทศ
สุดท้าย...bottomline
การป้องกันตัวเองและครอบครัวไม่ให้ติดเชื้อย่อมดีที่สุด
หัวใจสำคัญคือ การใส่หน้ากากครับ เพราะคือปราการด่านสุดท้ายของทุกคน
อ้างอิง :
Sugiyama A et al. Long COVID occurrence in COVID-19 survivors. Scientific Reports. 11 April 2022.