ด้าน นายสมชาย ตู้แก้ว ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย เผยว่า ตามข้อมูลปัจจัยที่เอื้อต่อการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้คือประชาชนได้รับวัคซีนมีความครอบคลุมมากขึ้นเชื้อไวรัสลดระดับความรุนแรงลงมีการผ่อนคลายกิจกรรมกิจการต่างๆมากขึ้นและเป็นการเตรียมความพร้อมปรับวิถีชีวิตเข้าสู่การประกาศโรคโควิด -19 เป็นโรคประจำถิ่น
อย่างไรก็ตาม ทางกรมอนามัยได้ให้คำแนะนำการเตรียมตัวสำหรับประชาชนก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์ประชาชนทั่วไปโดยกลุ่ม 608 ผู้ที่มีแผนเดินทางกลับภูมิลำเนาควรได้รับวัคซีนตามเกณฑ์รวมถึงได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนกิจกรรมประเมินความเสี่ยงตนเองต่อเนื่องหากมีความเสี่ยงสูงหรือมีอาการขอให้หลีกเลี่ยงหรืองดร่วมกิจกรรมหรือมีการตรวจเอทีเคก่อนร่วมกิจกรรมภายใน 72 ชั่วโมงเมื่อต้องมีการเดินทางโดยเฉพาะขนส่งสาธารณะให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
ส่วนของผู้จัดงานผู้จัดกิจกรรมต้องประเมินตนเองตามมาตรการ covid free setting ผ่านระบบ thai stop covid 2 plus งานขนาดใหญ่ ผู้ร่วมงานไม่เกิน 200 คน ให้แจ้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค ตำบล หรือ อำเภอ / ศปก.ต /ศปก.อ.
งานเทศกาลขนาดใหญ่ตามจำนวนการรวมตัวที่จังหวัดกำหนดให้ขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและให้มีการกำกับติดตามมาตรการร่วมกับพนักงานท้องถิ่นสาธารณสุขตลอดการจัดงาน
ขณะที่มาตรการหลังกลับจากเทศกาลสงกรานต์ควรสังเกตอาการตนเอง 7 ถึง 10 วันและปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัดหากพบว่ามีอาการหรือมีความเสี่ยงให้ตรวจด้วยเอทีเคทันทีหากผลเป็นลบให้พิจารณาตรวจซ้ำเมื่อครบเจ็ดวันหรือเมื่อมีอาการในช่วงสังเกตุอาการ เลี่ยงการพบปะผู้คนโดยไม่จำเป็น
ส่วนการเล่นน้ำในแต่ละพื้นที่ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนั่นๆก่อน ซึ่งในส่วนของผู้ร่วมกิจกรรมนั่น หากมีการสวมหน้ากากอนามัยและมีการเปียกน้ำ ควรเปลี่ยนทันทีเพราะ ประสิทธิภาพของหน้ากากอนามัยจะลดลงเมื่อเปียกน้ำ งดการใช้หน้ากากผ้าในการเล่นน้ำ
ขณะที่การจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทางกรมอนามัยขอความร่วมมือให้ผู้จัดกิจกรรมต้องปฏิบัติตามมาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันการแพร่ระบาด โควิด-19