คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล เตือน เทศกาลสงกรานต์ ผู้สูงอายุกว่า 2.2 ล้านคนเสี่ยง ระวังลูกหลานนำโควิด-19 กลับไปแพร่เชื้อไม่รู้ตัว

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

สงกรานต์ ผู้สูงอายุ 2.2 ล้านคน เสี่ยง ลูกหลานพาโควิดไปแพร่เชื้อไม่รู้ตัว

22 มีนาคม 2565 ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิดเผยถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า สิ่งที่ไม่อยากเห็นคือ ตัวเลขผู้เสียชีวิต โดยข้อมูล 3 สัปดาห์ของเดือน มี.ค. พบว่า 50-60% เป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน อีก 30% เป็นผู้ที่ฉีดเพียง 2 เข็มนานเกิน 3 เดือนและ 5-10% คือ ฉีดเพียงเข็มเดียว เมื่อรวมกันกว่า 90% ซึ่งเป็นจำนวนคนที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเพียงพอ

 

จึงต้องแก้ตรงจุดนี้  อีกทั้ง 80-90% ของผู้เสียชีวิตตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาคือ กลุ่ม 608 (ผู้สูงอายุและกลุ่มผู้มีโรคเสี่ยง) ฉะนั้น ถ้าอยากให้สงกรานต์เต็มไปด้วยความสุขต่อเนื่องไป หลังสงกรานต์ ช่วงนี้จึงสำคัญในการเชิญชวนให้มาฉีดวัคซีน คนที่รับ 2 เข็มเกิน 3 เดือนแล้ว ขอให้รีบมารับเข็ม 3 กระตุ้น

 

สงกรานต์ ผู้สูงอายุ 2.2 ล้านคน เสี่ยง ลูกหลานพาโควิดไปแพร่เชื้อไม่รู้ตัว

“ผู้สูงวัยที่ยังไม่มารับวัคซีน ราว 2.2 ล้านคน ซึ่งท่านจะเป็นกลุ่มเสี่ยง แม้โอมิครอนไม่รุนแรงแต่ต้องดูปัจจัย 2 อย่างคือ ตัวไวรัส และโลกนี้คนฉีดวัคซีนมากขึ้น ทำให้ไวรัสก่อเรื่องแต่รุนแรงน้อยลง แต่ถ้าไม่ฉีดวัคซีนจะกลายเป็นความเสี่ยง ฉะนั้น กลุ่ม 608 ต้องมารับวัคซีนไปจนถึงเข็มกระตุ้น”ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

 

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ใน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีความเสี่ยงในการระบาด 4 ประการที่เจอพร้อมกันเมื่อไหร่จะต้องระวังให้มาก คือ บุคคล กิจกรรม สถานที่ และช่วงเวลา ซึ่งขณะนี้มีการผ่อนคลายกิจกรรมระยะหนึ่งทำให้ 3 เสี่ยงแรกเกิดขึ้น ส่วนช่วงเวลาเสี่ยงที่ใกล้มาถึงคือ สงกรานต์ จากปีที่แล้วหลังสงกรานต์พบว่า หลายอย่างเคลื่อนไปในทางแย่ลง แต่จุดต่างปีนี้คือ วัคซีน รวมถึงสายพันธุ์โอมิครอนที่ความรุนแรงลดลงจากปีที่แล้ว และอีกจุดเปลี่ยนคือ การพยายามผ่อนคลายกิจกรรมต่างๆ หลังจากที่เดินมาระยะหนึ่ง ผ่านจุดทดสอบเมื่อช่วงปีใหม่ จะเห็นว่า หลังปีใหม่ตัวเลขเกือบจะไม่ขึ้น ถือว่าร่วมมือกันทำได้ดี ต่อมาหลังตรุษจีน ตัวเลขเริ่มขึ้น

 

สงกรานต์ ผู้สูงอายุ 2.2 ล้านคน เสี่ยง ลูกหลานพาโควิดไปแพร่เชื้อไม่รู้ตัว

"หลายท่านที่ไม่ได้เดินทางใน 2 ปีที่ผ่านมา สงกรานต์ปีนี้คงอยาก ซึ่งจะเกิดการเคลื่อนย้ายระหว่างจังหวัดมาก สิ่งที่อาจเกิดขึ้น คือ ตัวเลขติดเชื้อต่อวัน เพราะโอมิครอนติดเชื้อง่ายอยู่แล้ว และคนติดไม่มีอาการ ดังนั้นโอกาสที่ใครซักคนจะเดินทางไปหาครอบครัวโดยมั่นใจว่าไม่มีเชื้อ แล้วอาจไม่ตรวจเชื้อ ก็ต้องคิดว่าอาจนำเชื้อไปแพร่ได้" ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวและว่า

 

สำหรับสงกรานต์ปีนี้ ผู้ที่จะกลับบ้าน เดินทางไปท่องเที่ยว ก็ขอให้ตรวจหาเชื้อด้วย ATK ก่อนเดินทาง การสวมหน้ากากอนามัย ก็ยังมีความจำเป็น อยากให้ทุกคนนึกว่าเป็นการสวมเสื้อผ้า เพราะมีประโยชน์ชัดเจน ทั่วโลกใส่หน้ากากกันจนหวัดธรรมดา โรคอื่นก็น้อยลง รวมถึงควรหมั่นล้างมือ เนื่องจากเป็นสุขอนามัยที่จำเป็นเพื่อลดการติดเชื้อ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงาน