สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ส่งจดหมายด่วนสุดถึงนายกฯจี้ทบทวนนโยบายส่งออกข้าวโพด กากถั่วเหลือง ไปต่างประเทศ ผลจากการสู้รบรัสเซีย -ยูเครน กระทบอาหารเลี้ยงสัตว์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ส่งจดหมายด่วนที่สุดถึง อธิบดีกรมการค้าภายใน และ สำเนาถึง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาทบทวนนโยบายส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และกากถั่วเหลืองไปยังต่างประเทศ

 

นายกสมาคมผู้ผลิต อาหารสัตว์ไทย ให้เหตุผลว่า ตามที่ มติประชุมคณะแนวทางแก้ไขปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2565 เห็นชอบในหลักการให้ยกเลิกมาตรการ 3 : 1 ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วน นำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน เป็นการชั่วคราว ถึง 31 ก.ค. 2565 โดยจะให้มีการประชุมหารือกลุ่มย่อยอีกครั้งเพื่อกำหนดโควต้าการนำเข้า ถือเป็นการเปิดทางเลือกให้กับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ได้ส่วนหนึ่ง 

 

อย่างไรก็ตาม จากสภาวการณ์ขณะนี้ มิอาจยืนยันได้ว่าจะสามารถนำเช้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามาได้ เนื่องจากสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ในหลายประเทศ อาทิ ฮังการี อียิปต์ อินโดนีเซีย และล่าสุดอาเจนติน่า ประกาศนโยบายห้ามส่งออกธัญพืชสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในประเทศ

 

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย

ในการนี้ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ขอเรียนท่านว่าประเทศไทยพึ่งพิงการนำเช้าถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองจากต่างประเทศกว่า 95% และยังต้องนำเข้าวัตถุดิบอื่นมาเสริมส่วนที่ขาดจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อีกจำนวนมาก

 

ซึ่งปัจจุบันนโยบายรัฐอนุญาตให้ส่งออกข้าวโพดได้อย่างเสรี และส่งออกกากถั่วเหลืองได้ 20% ของกำลังการผลิตของโรงสกัดน้ำมันถั่วเหลือง ทั้งที่ผลผลิตเหล่านี้ขาดแคลน อีกทั้งการอนุญาตให้ส่งออกกากถั่วเหลืองนั้นขัดแย้งกับการที่ให้โรงงานอาหารสัตว์ทำสัญญารับซื้อกากถั่วเหลืองภายในประเทศ นโยบายนี้จึงถือว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตอาหารสัตว์ 

 

สมาคมฯ ได้ตรวจสอบตัวเลขปริมาณการส่งออกวัตถุดิบทั้ง 2 รายการ จากกรมศุลกากรพบว่าในปี 2564 มีการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กว่า 93,615 ตัน โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ส่งออกรวมกันถึง 65,930 ตัน และในส่วนของกากถั่วเหลืองตลอดปี 2564 มีการส่งออกถึง 103,091 ตัน 

 

ซึ่งการส่งออกดังกล่าวจะส่งผลต่อราคาขายภายในประเทศ หากยังคงนโยบายลักษณะนี้อยู่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตที่ไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบได้อย่างปกติ จะส่งผลให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลืองจะยิ่งปรับตัวสูงขึ้นไปอีก

 

สมาคมฯ จึงขอเรียนมายังท่านเพื่อพิจารณาระงับการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลืองเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์วิกฤตจะคลี่คลายลง

ด่วนสุดจม.ถึง"นายกฯ"ทบทวนส่งออกข้าวโพด กากถั่วเหลืองวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน

นอกจากจดหมายฉบับดังกล่าว ยังพบจดหมายจากนายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ลงวันที่ 18 มีนาคม 2565 เรื่อง การตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เรียน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ สำเนาเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรองปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายชยาวุธ จันทร) 

 

โดยเนื้อความของจดหมายเร่งรัดให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการสำรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

 

ทั้งนี้จดหมายยังกล่าวถึง สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย มีหนังสือร้องเรียนไปยังกระทรวงพาณิชย์ และนายกรัฐมนตรีให้มีการตรวจสอบปริมาณ สต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของพ่อค้าคนกลางเนื่องจากสมาชิกสมาคมไม่สามารถหาซื้อผลผลิตได้ซึ่งไม่ทราบว่ามีการดำเนินการตรวจสอบสต๊อกพ่อค้าคนกลางแล้วหรือไม่ 

 

แต่ปัจจุบันสมาชิกสมาคมซึ่งเป็นผู้ร้องเรียนกลับถูกเข้าตรวจสต๊อกวัตถุดิบซะเอง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการร้องเรียน

 

อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาชิกสมาคมได้ดำเนินการภายใต้กฎหมายของกระทรวงพาณิชย์โดยการรายงานจำนวนการผลิตอาหารสัตว์ และปริมาณการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมถึงการใช้และสต๊อกพร้อมสถานที่จัดเก็บให้กับกระทรวงพาณิชย์ทราบเป็นประจำทุกวันที่ 10 ของเดือนอยู่แล้ว"

 

การร้องเรียนเรื่องการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์ และ ขอทบทวนนโยบายการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลืองไปต่างประเทศในครั้งนี้ นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยกล่าวว่า วิกฤติอาหารสัตว์ที่เกิดขึ้นกระทบกับทุกภาคส่วน จึงร้องขอให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขวิกฤตในระยะสั้นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง"

 

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด