สมาคมฯ ได้ตรวจสอบตัวเลขปริมาณการส่งออกวัตถุดิบทั้ง 2 รายการ จากกรมศุลกากรพบว่าในปี 2564 มีการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กว่า 93,615 ตัน โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ส่งออกรวมกันถึง 65,930 ตัน และในส่วนของกากถั่วเหลืองตลอดปี 2564 มีการส่งออกถึง 103,091 ตัน
ซึ่งการส่งออกดังกล่าวจะส่งผลต่อราคาขายภายในประเทศ หากยังคงนโยบายลักษณะนี้อยู่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตที่ไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบได้อย่างปกติ จะส่งผลให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลืองจะยิ่งปรับตัวสูงขึ้นไปอีก
สมาคมฯ จึงขอเรียนมายังท่านเพื่อพิจารณาระงับการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลืองเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์วิกฤตจะคลี่คลายลง
นอกจากจดหมายฉบับดังกล่าว ยังพบจดหมายจากนายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ลงวันที่ 18 มีนาคม 2565 เรื่อง การตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เรียน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ สำเนาเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรองปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายชยาวุธ จันทร)
โดยเนื้อความของจดหมายเร่งรัดให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการสำรวจสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้จดหมายยังกล่าวถึง สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย มีหนังสือร้องเรียนไปยังกระทรวงพาณิชย์ และนายกรัฐมนตรีให้มีการตรวจสอบปริมาณ สต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของพ่อค้าคนกลางเนื่องจากสมาชิกสมาคมไม่สามารถหาซื้อผลผลิตได้ซึ่งไม่ทราบว่ามีการดำเนินการตรวจสอบสต๊อกพ่อค้าคนกลางแล้วหรือไม่
แต่ปัจจุบันสมาชิกสมาคมซึ่งเป็นผู้ร้องเรียนกลับถูกเข้าตรวจสต๊อกวัตถุดิบซะเอง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการร้องเรียน
อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาชิกสมาคมได้ดำเนินการภายใต้กฎหมายของกระทรวงพาณิชย์โดยการรายงานจำนวนการผลิตอาหารสัตว์ และปริมาณการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมถึงการใช้และสต๊อกพร้อมสถานที่จัดเก็บให้กับกระทรวงพาณิชย์ทราบเป็นประจำทุกวันที่ 10 ของเดือนอยู่แล้ว"
การร้องเรียนเรื่องการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์ และ ขอทบทวนนโยบายการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลืองไปต่างประเทศในครั้งนี้ นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยกล่าวว่า วิกฤติอาหารสัตว์ที่เกิดขึ้นกระทบกับทุกภาคส่วน จึงร้องขอให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขวิกฤตในระยะสั้นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง"