ยกตัวอย่างเช่น นายจ้าง มีระเบียบเกี่ยวกับการทำงานว่า หัวหน้างานต้องตรวจสอบการทำงานของพนักงานขับรถ ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัทอย่างเคร่งครัด และติดตามผลการทำงานทุกๆชั่วโมง เมื่อลูกจ้างทั้งสองซึ่งเป็นหัวหน้างานละเลย ไม่ตรวจสอบการทำงานว่า พนักงานขับรถละทิ้งหน้าที่ ไม่นำรถไถเก็บเข้าไว้ในโรงงานตามระเบียบ จนรถไถสูญหายไป ศาลท่านตัดสินว่า ลูกจ้างทั้งสองประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้นายจ้างเสียหายอย่างร้ายแรง นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างทั้งสองได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เป็นต้น
4. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย การทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายนั้น อาจเป็นกรณีที่ได้รับความเสียหายทางชื่อเสียงเกียรติคุณ หรือความเสียหายที่เกิดจากมูลค่าทางเศรษฐกิจก็ได้
ยกตัวอย่างเช่น นายจ้างมอบหมายให้ลูกจ้างไปทำความเข้าใจกับพนักงานคนอื่นๆ ถึงเรื่องการย้ายสถานประกอบการและสอบถามความประสงค์ แต่ลูกจ้างกลับไปข่มขู่พนักงานคนอื่นๆว่าหากไม่ย้ายตามไปจะเล่นงานหรือจะฟ้องร้องคดี ศาลท่านมองว่าเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดความหวาดระแวงในหมู่ของลูกจ้างด้วยกันและส่งผลกระทบต่อการย้ายสถานประกอบการของนายจ้างโดยตรง นายจ้างจึงเลิกจ้างลูกจ้างได้ทันที หรืออีกกรณีนึงก็คือ ลูกจ้างดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทนายจ้าง ในขณะเดียวกันก็ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทอื่นที่มีการประกอบกิจการที่เหมือนกันและแข่งขันกัน ศาลท่านก็ถือว่าลูกจ้างเป็นปฏิปักษ์ต่อการค้าของนายจ้างโดยตรง นายจ้างก็เลิกจ้างลูกจ้างได้ทันทีเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ขอให้สังเกตว่า การจะเลิกจ้างในกรณีนี้ ได้ต้องเป็นกรณีที่ลูกจ้าง “จงใจ” ให้นายจ้างได้รับความเสียหายเท่านั้น การที่ลูกจ้างเป็นญาติสนิทหรือสามีภริยากับบุคคลที่ทำงานอยู่ในบริษัทซึ่งเป็นคู่แข่งขันทางการค้ากับนายจ้าง ศาลเคยตัดสินว่ายังไม่เพียงพอที่จะถือว่าลูกจ้างจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย อันจะเป็นเหตุให้เลิกจ้างได้ เว้นแต่ ลูกจ้างจะนำความลับทางการค้าของนายจ้างไปเปิดเผย หรือนายจ้างได้กำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรไว้ชัดเจนว่าไม่รับสมัครบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทคู่แข่ง เป็นต้น
5. ฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง ข้อบังคับการทำงานหรือระเบียบของนายจ้างจะว่าไปก็เหมือนกับกฎหมายประจำองค์กรที่พนักงานงานต้องยึดถือปฏิบัติตามนั่นเอง ซึ่งหากฝ่าฝืนนายจ้างมีสิทธิออกหนังสือเตือนลูกจ้างได้ และถ้าลูกจ้างทำซ้ำคำเตือนอีก นายจ้างก็มีสิทธิไล่ออกได้ เว้นแต่ ในกรณีร้ายแรงนายจ้างสามารถไล่ออกได้ทันทีโดยไม่ต้องมีหนังสือเตือนก่อน
ยกตัวอย่างเช่น การห้ามเล่นการพนันหรือดื่มสุราในเวลางาน เป็นต้น แต่ทั้งนี้ขอให้สังเกตว่า ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวเกิดขึ้นนอกเวลางานหรือนอกสถานที่ทำงาน ศาลอาจตีความว่าเป็นกรณีไม่ร้ายแรงก็ได้ หากนายจ้างประสงค์จะไล่ออกต้องตักเตือนเป็นหนังสือเสียก่อน หากไล่ออกทันที นายจ้างต้องเสียค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ตัวอย่างเช่น ลูกจ้างหลายคนสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของนายจ้างไปเล่นไพ่หลังเลิกงานนอกสถานที่ทำงาน แล้วถูกตำรวจจับกุม ศาลมองว่าแม้การเล่นไพ่ดังกล่าวจะมีผลต่อภาพลักษณ์ของนายจ้างอยู่บ้าง แต่ผู้ที่เสื่อมเสียจริงๆ คือลูกจ้างที่ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงยังถือไม่ได้ว่าลูกจ้างดังกล่าวฝ่าฝืนระเบียบของนายจ้างอย่างร้ายแรง เป็นต้น
6. ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาล การได้รับโทษจำคุกที่จะให้สิทธินายจ้างไล่ออกได้นั้น เฉพาะโทษจำคุกที่เกิดจากการกระทำความผิดโดย “เจตนา” เท่านั้น และคำพิพากษาที่ได้รับนั้นต้องเป็นคำพิพากษาอันถึงที่สุดซึ่งไม่มีการอุทธรณ์ฎีกาต่อไปได้อีก ในกรณีโทษจำคุกที่ลงเกิดจากการกระทำความผิดโดย “ประมาท” หรือเป็น “ความผิดลหุโทษ” (ความผิดไม่ร้ายแรง) นายจ้างต้องได้รับความเสียหายด้วย มิฉะนั้นนายจ้างไม่มีสิทธิไล่ลูกจ้างออก หากนายจ้างหมั่นไส้ไล่ออกขึ้นมานายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ด้วย
7. ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน การละทิ้งหน้าที่ หรือ เรียกภาษาบ้านๆ ว่า การขาดงานเกินกว่า 3 วัน ที่จะถูกนายจ้างไล่ออกได้ ก็เฉพาะการขาดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควรเท่านั้น หมายความว่า ขาดงานโดยไม่มีการลาอย่างถูกต้องตามระเบียบของนายจ้างนั่นเอง หากลางานถูกต้องแม้เกินกว่าสามวันนายจ้างก็ไล่ออกไม่ได้
แต่ในทางกลับกัน หากขาดงานโดยไม่มีการลาติดต่อกันเกิน 3 วัน แม้ว่า 3 วันดังกล่าวจะมีวันหยุดคั่นอยู่ด้วยก็ตาม นายจ้างก็สามารถไล่เราออกได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เพราะฉะนั้น จะลางานในช่วงวันหยุดยาว ลูกจ้างหรือมนุษย์เงินเดือนก็ควรวางแผน หรือหาหลักฐานการลาแจ้งยืนยันให้ครบถ้วน เพราะถึงแม้จะมีการยื่นใบลาอย่างถูกต้อง แต่ถ้านายจ้างไม่เชื่อและไม่อนุญาตเราก็ซวยและงานเข้าได้เช่นกัน ฉะนั้นต้องรอบคอบและมีสติให้มากที่สุด อย่ามโนไปเอง!!
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก :
1. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
2. คำพิพากษาฎีกาที่ 8417/2551, 12820/2553, 4919/2552, 13587/2556, 4204/2551, 3529/2557, 19494/2556
3. ขอขอบคุณที่มา : ธรรมนิติ และ www.terrabkk.com