นายเกรียงไกร ไชยพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ถือว่าดีกว่าปีที่ผ่านมามีจำนวนจุด Hotspot เพียง 10 ครั้งจะปกติเฉลี่ยปีนึงจะมี Hotspot ในพื้นที่มากกว่า 400 จุด สำหรับมาตรการในการดูแลพื้นที่ป่าโดยร่วมกับชุมชน เข้าชี้แจงทำความเข้าใจกับชุมชนเป็นหลัก ทำให้เกิดไฟป่าน้อยมาก ในปีนี้การเกิดไฟป่าจะไม่รุนแรงเท่ากับเมื่อปีที่ผ่านมาเนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีฝนตกมาในพื้นที่สร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่า จุดความร้อนลดลงไปมากกว่าร้อยละ 85
สำหรับอุปกรณ์เครื่องเป่าลมที่ได้รับจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ จะนำไปช่วยในเรื่องการทำแนวกันไฟและการดับไฟป่า ซึ่งอุปกรณ์1ตัวเทียบเท่ากับแรงงานคน 4-5คน ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำแนวกันไฟและดับไฟป่าได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น การที่ภาคเอกชนเข้ามาให้ความสำคัญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ช่วยดับไฟป่า ซึ่งทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าที่มีความยากลำบากเพราะเป็นพื้นที่สูงชัน ขณะเดียวกันชุมชนในพื้นที่จะมีความตระหนักและเข้าใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ส่วนมาตรการในการเฝ้าระวังไฟป่า ได้มีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้ประมาณกว่า 100 นาย ทำงานร่วมกับชุมชน พร้อมที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่หากเกิดไฟป่า โดยวางแผน ไว้ 2สถานการณ์ คือในสภาพพื้นที่ ที่ไม่มีความยากลำบากจะมีการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมหากเกิดไฟป่า ส่วนสภาพพื้นที่ยากลำบากบริเวณเขาสูงชัน ที่ยากต่อการเข้าดับไฟป่า จะจัดเจ้าหน้าที่เข้าประจำจุดตลอด 24ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่า พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษมี 3 จุดด้วยกันคือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ดอยหัวเสือ และผาแง่ม ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเขาสูงชันหากเกิดไฟป่าจะเข้าดับได้ยาก
ข่าว นิศานาถ กังวานวงศ์ ภาพ เกรียงไกร รัตนา ศูนย์ข่าวภาคเหนือ