นางโอ๋ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายกฤษณะครั้งแรกเมื่อช่วงปี 2560 ซึ่งขณะนั้นตนพักอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี และทนายกฤษณะทำงานอยู่ที่สำนักงานทนายความแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณหน้าคอนโอที่ตนพักอาศัยอยู่ โดยตนเคยเข้าไปติดต่อปรึกษาเรื่องคดีกับทนายกฤษณะ แต่ก็ยังไม่ได้ตกลงทำคดีกันแต่อย่างใด และในวันเดียวกันนั้นทนายกฤษณะก็ได้โทรศัพท์มาสอบถามตนว่า ตนอยากมีรายได้พิเศษมั้ย เป็นการเอาเงินไปช่วยประกันตัวผู้ต้องหา ซึ่งจะคืนเงินทั้งหมดให้พร้อมกับดอกเบี้ยภายใน 15 วัน ตนสนใจ จึงโอนเงินให้ทนายกฤษณะไปครั้งแรกจำนวน 50,000 บาท และในวันต่อมาทนายกฤษณะได้โทรศัพท์ติดต่อมาอีก และบอกว่าจะประกันตัวผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก ตนจึงโอนเงินให้อีกเป็นครั้งที่สอง จำนวน 50,000 บาท จากนั้นถัดมาอีก 1 วัน ทนายกฤษณะก็ได้โทรศัพท์มาขอเงินตนเพิ่มอีก แต่ตนบอกว่าไม่มีเงินแล้ว มีเงินเหลือเพียง 10,000 บาทเท่านั้น ซึ่งทนายกฤษณะก็บอกว่า งั้นเอามา 10,000 บาทก็ได้ ตนจึงโอนเงินให้ไปอีก 10,000 บาท รวมเป็นเงินที่โอนให้ทนายกฤษณะไปเป็นจำนวน 110,000 บาท
จากนั้นตนก็ไม่เคยได้เงินจากทนายกฤษณะคืน ติดต่อไปก็บ่ายเบี่ยง และไม่เคยพบหน้ากับทนายกฤษณะอีกเลย ตนจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ซึ่งตำรวจได้ติดต่อทนายกฤษณะให้มาเจรจาค่าเสียหาย โดยทนายกฤษณะได้ตกลงคืนเงินให้กับตนเป็นจำนวน 30,000 บาท พร้อมกับมอบเช็คเงินจำนวน 30,000 บาทมาให้ แต่เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงินปรากฏว่าเช็คเด้ง ไม่สามารถขึ้นเงินได้ ล่าสุดตนได้โทรศัพท์ไปสอบถามร้อยเวรเจ้าของคดีทราบว่า ทนายกฤษณะได้ฝากเงินให้ไว้จำนวน 10,000 บาท แต่ตนก็ยังไม่ได้ไปรับเงิน พอตนเห็นเป็นข่าวดังก็เลยรีบโทรศัพท์ไปทวงเงินกับทนายกฤษณะเพื่อหวังได้เงินคืนดังกล่าว
โดย - ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ