ส่วนความคืบหน้าการรักษาและเกณฑ์ค่าใช้จ่ายผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตโควิด-19 กลุ่มสีเหลืองและแดงยังสามารถเข้ารักษาพยาบาลได้ทุกแห่งจนหาย โดยไม่ต้องย้ายโรงพยาบาล และไม่กำหนดระยะเวลาจ่ายค่าชดเชยเฉพาะ 72 ชั่วโมงแรก
ส่วน กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว สามารถเข้ารับการรักษาฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิ เน้นการดูแลแบบ OPD หรือผู้ป่วยนอก “เจอ แจก จบ” หากจะไปรักษาในโรงพยาบาลเอกชนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง โดย กรมการแพทย์ อยู่ระหว่างปรับแนวทางการรักษาผู้ป่วยโควิด เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ด้าน นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุถึงรายละเอียด แนวทางมาตรการโรคประจำถิ่น เป็นการวางเป้าภายใน 4 เดือน คาดการณ์ว่า ปลายเดือนมิถุนายน จำนวนผู้ติดเชื้อละลดลงอยู่ที่ประมาณ1,000- 2,000 คนต่อวัน ซึ่งจะทำให้การรักษาสามารถรองรับได้ โดยแนวทางมี 4 ระยะ ดังนี้
- ระยะแรก 12 มีนาคม - ต้นเมษายน ซึ่งอยู่ในช่วงขาขึ้นของการแพร่ระบาด ยังคงมาตรการควบคุมโรคเหมือนเดิม ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศยังคงต้องตรวจเชื้อ RT-PCR ในวันแรก รวมถึงการตรวจด้วยชุดตรวจ ATK ในวันที่ 5 และหากยังไม่ได้รับวัคซีนให้กักตัว 10 วัน
- ระยะสอง ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ยังเป็นช่วงที่การระบาดสูง ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ ให้ตรวจด้วยชุดตรวจ ATK ในวันแรก และวันที่ 5 ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนให้กักตัว 5 วัน
- ระยะสาม ปลายเดือนพฤษภาคม- มิถุนายน เป็นช่วงผู้ติดเชื้อเริ่มลดลง ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ โดยไม่ได้รับวัคซีน ให้ตรวจด้วยชุดตรวจ ATK ที่สนามบิน
- ระยะสี่ หรือ ระยะหลังช่วงวันที่ 30 มิ.ย.65 จะเริ่มเป็นโรคติดต่อทั่วไป ซึ่งผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไม่ต้องตรวจหาเชื้อทั้ง ATK และ RT-PCR
ส่วนการสอบสวนโรคในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ยังคงต้องควบคุม คลัสเตอร์กลุ่มเสี่ยงรุนแรง คลัสเตอร์ ระบาดเป็นวงกว้าง เพื่อลดการเสียชีวิต ส่วนระยะที่ 3 และระยะที่ 4 การสอบสวนโรค จะเน้นการค้นหา ปัจจัยต่อการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต
ขณะที่มาตรการควบคุมโรค ระยะที่ 1 ระยะที่ 2 ยังคงควบคุมในสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดอยู่ ส่วนระยะที่ 3 และระยะที่ 4 สถานที่ส่วนใหญ่เปิดได้ตามปกติ เช่น สถานบันเทิงผับบาร์ที่สามารถเปิดได้ แต่ยังคงมาตรการสาธารณสุข