"ผมมองว่า การแก้ไขปัญหาขจัดความยากจน ลดความความเหลื่อมล้ำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้นั้น ท้องถิ่นท้องที่เป็นกลไกสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ที่ต้อง "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ให้แก่พี่น้องประชาชน หากมีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน จังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัด อำเภอโดยนายอำเภอ สามารถประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ อาจจะใช้โอกาสการประชุมประจำเดือน หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นวาระพิเศษ ในการพูดคุย ปรับแผนพัฒนาท้องถิ่น โดยใช้สัดส่วนงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งสัดส่วนโครงสร้างมาดูแลในส่วนนี้ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ และนโยบายการขจัดปัญหาความยากจน ซึ่งในปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยได้มีการแก้ไขกฎหมายหลายๆ ฉบับ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความคล่องตัวในการดูแลพี่น้องประชาชนมากขึ้น เชื่อว่าจะทำให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น" นายนิพนธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในฐานะประธานคณะทำงานช่วยอำนวยการพิจารณากลั่นกรองแผนงานโครงการ อ.ก.บ.ภ. ภาคใต้ และภาคใต้ชายแดน ทราบดีว่างบประมาณที่ได้รับการจัดสรรลงมานั้นมาอย่างจำกัด โดยในส่วนของงบพื้นที่หรืองบประมาณบริหารจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ งบฟังก์ชั่นของกระทรวงต่างๆ เชื่อว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถบริหารได้ แต่สิ่งที่อยากเน้นย้ำ คือ การประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วางแผนร่วมกันในการดึงงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกมาใช้ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่งหากสามารถนำงบประมาณในส่วนนี้มาปรับใช้ได้อย่างทันท่วงที ก็จะเป็นนิมิตหมายใหม่ในการพัฒนาประเทศต่อไป
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่ควรให้ความสำคัญและเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหา หากแต่ควรเกิดขึ้นในทุกๆ ภูมิภาคของประเทศ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้แต่อย่างใด และพร้อมดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการลงพื้นที่ไปคลุกคลีกับประชาชน เพราะถือเป็นจุดเชื่อมระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชน หากสามารถรับสารจากพื้นที่ขึ้นมาแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ก็จะเกิดเป็นผลรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพราะการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว นอกจากจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยแล้วนั้น ยังเป็นการช่วยสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่และสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย
ขณะเดียวกัน อยากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมฝากข้อคิด "ให้เบ็ด ดีกว่าให้ปลา" ถ้าให้ปลาใครหนึ่งตัว มีกินแค่หนึ่งวัน แต่ถ้าสอนจับปลา จะมีกินตลอดชีวิต เน้นแก้ไขปัญหาความยากจนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน ประชาชนยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง
จากนั้นช่วงบ่าย นายนิพนธ์ได้ร่วมกับคณะเดินทางไปยังวัดคลองแห ร่วมกิจกรรม "คืนคลองสวย น้ำใส ให้คลองแห" ชมนิทรรศการการแก้ไขและพัฒนาคลองแห ซึ่งคลองแห่งนี้ปัจจุบันเป็นตลาดการท่องเที่ยว ในฐานะที่นายนิพนธ์ กำกับดูแลองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) จึงได้ถือโอกาสนี้เดินสำรวจสภาพน้ำในปัจจุบัน พร้อมได้ร่วมกิจกรรมโยน EM Ball หรือ ตัวการทำน้ำเน่า เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ รักษาสภาพความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ พร้อมกันนี้ ได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมฝั่งคลอง ร่วมแรงร่วมใจกันดูแลรักษาคุณภาพของน้ำก่อนที่จะปล่อยลงมายังคลองแห เข้าสู่กระบวนการบำบัด และปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ
หลังจากนั้น ได้เดินทางต่อไปยังบ้านของนางจาง ทองเด็จ ในพื้นที่ อ.รัตภูมิ เพื่อตรวจเยี่ยมครัวเรือนตกเกณฑ์ตามโครงการฯ โดยได้ร่วมมอบบัตรประชาชนให้แก่นายทวี ไชยช่วย สามีของนางจาง ทองเด็จ และมอบถุงยังชีพให้แก่ครอบครัวของนางจาง ทองเด็จ พร้อมพบปะผู้นำชุมชน ส่วนราชการในพื้นที่ ในลำดับถัดไป