ทั้งนี้ ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามว่า คณะกรรมการที่ราชพัสดุ ที่ได้มีมติ 6 ต่อ 4 เสียงส่วนใหญ่ ให้รอคำพิพากษาศาลปกครองก่อนที่จะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดกับเอกชนที่จะเป็นคู่สัญญา จากนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลง อีกหรือไม่? เพราะสำหรับโครงการนี้ที่ผ่านมาก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าขนาดเปิดประมูลขายซอง และเปิดซองจได้ผู้ชนะแล้ว อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ ยังยกเลิกการประมูลได้ และสิ่งสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ก็คือ ใครคือโม่ง ตัวจริงสำหรับโครงการนี้
ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ตรวจสอบมติครม. เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2535 พบว่าครม.อนุมัติให้มีการก่อตั้งบริษัทอีสท์ วอเตอร์ โดยให้การประปาส่วนภูมิภาคเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด และให้โอนสิทธิหรือเช่าบริหารทรัพย์สินจากหน่วยงานต่างๆ มาให้บริษัทอีสท์ วอเตอร์ ดูแล เช่น ท่อส่งน้ำดอกกราย-มาบตาพุด ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ท่อส่งน้ำหนองค้อ-แหลมฉบัง ของกรมโยธาธิการฯ ท่อส่งน้ำมาบตาพุด-สัตหีบ ของกรมชลประทาน เป็นต้น โดยมีเงื่อนไข 3 ประการ คือ
1) ปริมาณน้ำดิบที่ต้องจัดสรรนั้น ควรให้ความสำคัญกับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นอันดับแรก
2) การกำหนดอัตราค่าน้ำ ควรกำหนดในอัตราที่เหมาะสม ไม่ควรมุ่งค้ากำไรเกินควร
3)การจัดสรรน้ำควรจ่ายให้แก่อุตสาหกรรมที่อยู่ในเขตการนิคมฯมากกว่าที่อยู่นอกเขตฯ
ดังนั้น การเปิดประมูลโครงการบริหารท่อส่งน้ำสายหลักภาคตะวันออก ซึ่งทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐมาตั้งแต่ต้น โดยนำมาแสวงหากำไรและผลประโยชน์ให้เอกชนเข้าประมูล อาจขัดหรือแย้งต่อมติ ครม. วันที่ 4 ก.พ.2535ได้ อีกทั้งอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนนำทรัพย์สินของรัฐไปแสวงหากำไรและผลประโยชน์โดยมิชอบ อันอาจเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 สมาคมฯจึงจะนำเอกสารข้อมูลหลักฐานดังกล่าวไปยื่นเพิ่มให้ ป.ป.ช.ในการสอบสวนเมื่อวันพฤหัสที่ 3 มี.ค.65 ที่ผ่านมา