svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สังคม

ระวัง! พายุฤดูร้อน เดือนมีนาคม มท.สั่งผู้ว่าฯเตรียมรับสถานการณ์

23 กุมภาพันธ์ 2565
2.3 k

เตือน มีนาคม ระวัง! "พายุฤดูร้อน" มท.สั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น พร้อม ตั้ง "ทีมประชารัฐ" ซ่อมบำรุง

23 กุมภาพันธ์ 2565 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ติดตามการคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ในปี 2565 ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ในช่วงประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงช่วงกลางเดือนมีนาคม ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน จากนั้นช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม จะมีอากาศร้อนอบอ้าวเป็นระยะ ๆ และร้อนจัดในบางแห่ง กับจะมีพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่ ซึ่งจะทำให้มีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกในบางแห่ง อาจก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงผลผลิตทางการเกษตรของพี่น้องประชาชน

ระวัง! พายุฤดูร้อน เดือนมีนาคม มท.สั่งผู้ว่าฯเตรียมรับสถานการณ์

เพื่อเตรียมการรับสถานการณ์พายุฤดูร้อนที่อาจเกิดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบ สามารถเข้าแก้ไขสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เร่งเตรียมความพร้อม ด้วยการติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่อาจก่อให้เกิดพายุฤดูร้อนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมอบหมายเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเร่งตรวจตราอาคารสถานที่ ป้ายโฆษณา สิ่งก่อสร้าง รวมถึงไม้ยืนต้นตามสถานที่สาธารณะ หากพบมีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าซ่อมแซมตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งเชิญชวนประชาชนจิตอาสาช่วยกันสอดส่อง ปรับปรุง ดูแลให้เกิดความปลอดภัย

นอกจากนี้ ให้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้พร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้ประชาชน ทราบถึงแนวทางการปฏิบัติตนให้เกิดความปลอดภัย การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของที่พักอาศัย ช่องทางการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ตลอดจนมาตรการต่าง ๆ ในการดูแลประชาชนผ่านทุกช่องทางสื่อสาร เช่น โซเชียลมีเดีย วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว เสียงตามสายประจำหมู่บ้าน และเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่ เป็นต้น

 

รมว.มหาดไทย กล่าวต่อ สำหรับด้านการเผชิญเหตุ หากเกิดสถานการณ์ที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินให้เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยในกรณีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ให้แบ่งมอบภารกิจ พื้นที่รับผิดชอบ และบูรณาการหน่วยงาน จัดทีมในรูปแบบ “ทีมประชารัฐ” เร่งเข้าซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน หากเป็นกรณีป้ายโฆษณา สิ่งก่อสร้าง ไม้ยืนต้น หรือโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ให้เร่งแก้ไขไม่ให้กีดขวางพื้นที่สาธารณะ และซ่อมแซมให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว

 

 

ส่วนกรณีความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอำเภอร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมสรุปรายงานสถานการณ์ให้กระทรวงมหาดไทยทราบอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

 

“ขอให้ทุกจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งแจ้งเตือน สื่อสารสร้างการรับรู้ให้พี่น้องประชาชนได้ทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมการรับมือสถานการณ์ รวมถึงช่องทางการติดต่อสื่อสารและขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ พร้อมทั้งบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งประชาชนจิตอาสา สมาคม มูลนิธิ ในการเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนหากเกิดสถานการณ์ภัย ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย โทร. 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว