ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เปิดกล้องดักถ่าย ซึ่งติดไว้ที่ต้นไม้ริมลำห้วยห่างจากซากควายราว 2 เมตร โดยที่ผ่านมาช่วงวันที่ 5-8 ก.พ.65 จับภาพเสือ 3 ขาที่เข้ากินซากควายทุกคืนไว้ได้ แต่จากวันที่ 9 ก.พ.65 จนถึงขณะนี้ ไม่พบภาพเสือ 3 ขาหรือเสือตัวอื่นแต่อย่างใด
ส่วนกล้องดักถ่ายที่ติดตั้ง ตามเส้นทางไปห้วยสะมะท้อ พบภาพสัตว์ป่าหลายชนิด ทั้งหมี เก้ง อีเห็น ชะมด ซึ่งบ่งชี้ชัดว่า ป่าอุทยานฯเขาแหลมบริเวณนี้ มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์
จากการตรวจสอบร่องรอย พบว่าเสือโคร่งพิการมี 3 ขา เป็นเสือรุ่นเพศเมีย ไม่ใช่เสือประจำถิ่น หากินผ่านมาบริเวณนี้ หลังล่าควายและกินจนหมด ก็เดินทางจากที่นี่ต่อไป สามารถดำรงชีวิตในป่าได้เช่นเดียวกับมี 4 ขา
ส่วนซากอุ้งเท้าเสือที่เจ้าหน้าที่พบในลำห้วยปิล็อกคี่ เป็นขาหน้ายังมีเนื้อหนังคาดว่าราว 1 เดือน ไม่ใช่ชิ้นส่วนขาของเสือ 3 ขา ที่ขาหลังด้านขวาขาด ร่องรอยบาดแผลก็ไม่พบแล้ว เชื่อว่าหายมานานนับปี
สำหรับเสือโคร่งที่ตัวที่ทำร้ายนายหวาน น่าจะเป็นเสือพเนจรเพศเมียเช่นกัน ส่วนอีก 2 ตัวคงจะเป็นลูก เสือแม่ลูกอ่อนจะดุเพราะหวงลูก เมื่อแม่เสือพบนายหวาน จึงเข้าทำร้าย
ส่วนเสือโคร่ง 2 ตัวที่ถูก 5 พรานยิงนั้น ตรวจสอบอัตลักษณ์ พบว่าเป็นเสือประจำถิ่น ในป่าอุทยานฯทองผาภูมิ และเป็นแม่ลูกกัน เพศเมียทั้ง 2 ตัว
ด้านนายประสาท แดงเถิน ผู้ใหญ่บ้านปิล็อกคี่ เผยว่า ขณะนี้แม้ชาวบ้านจะต้อนวัวควายออกจากป่า มาเลี้ยงในหมู่บ้านแล้วก็ตาม ก็ยังหวั่นใจระแวงว่า เสือจะออกจากป่าตามมากัดกินสัตว์เลี้ยงที่หมู่บ้านอีก ต่างก็เร่งติดตั้งไฟสปอร์ตไลท์ ส่องสว่างบริเวณคอกสัตว์ เพื่อป้องกันเสือ แต่ก็ยังสบายใจที่มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯเขาแหลม มาประจำอยู่ที่หมู่บ้าน คอยดูแลลาดตระเวน รอบหมู่บ้านทุกวัน
ภาพ/ข่าว : วุฒิเดช ก้อนทองคำ จ. กาญจนบุรี