สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรจะกระทบเศรษฐกิจ 4 ด้าน คือ
1.ผลิตภาพรวมของประเทศ (Aggregate Productivity) ลดลงจากจำนวนแรงงานและสัดส่วนคนทำงานลดลง เพราะแรงงานเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญ ดังนั้นการลดลงของแรงงานอาจทำให้ผลิตภาพรวมลดลง ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต และอาจนำไปสู่ค่าแรงที่สูงขึ้น ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ หากไทยไม่ปรับใช้เทคโนโลยีมาทดแทนแรงงานที่หายไป
2.อุปสงค์ในประเทศเปลี่ยนไป โดยสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุจะมีความต้องการมากขึ้น เช่น สินค้าเพื่อสุขภาพ บริการทางการแพทย์ ขณะที่สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสังคมและการทำงานจะต้องการลดลง อีกทั้งหากผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีรายได้ไม่พอต่อการยังชีพหรือยากจน จะกระทบอุปสงค์ในประเทศที่อาจชะลอในช่วงต่อไปได้
3.ภาระการคลังของประเทศสูงขึ้น เพราะแหล่งรายได้หลัก จากแรงงานวัยทำงานน้อยลง ขณะเดียวกันผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทำให้ภาครัฐมีค่าใช้จ่ายสาธารณสุขและสวัสดิการมากขึ้น ถ้าหากไม่แก้ไขจะทำให้ขาดดุลงบประมาณและหนี้สาธารณะสูงขึ้น เพื่อชดเชยขาดดุลงบประมาณ
4.การออมและการลงทุนในประเทศจะลดลง สถานการณ์สังคมผู้สูงอายุอาจกระทบต่อการออมและการลงทุนในประเทศ เพราะประชากรส่วนใหญ่ที่เกษียณมักใช้จ่ายจากเงินออม ซึ่งอาจส่งผลให้ภาพรวมการออมภายในประเทศลดลง
สำหรับแนวทางการแก้ไขและบรรเทาสถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับสังคมผู้สูงอายุ มีข้อเสนอแนะ 3 ข้อ ดังนี้
1.เร่งปฏิรูปตลาดแรงงาน เพื่อชดเชยจำนวนแรงงานที่มีแนวโน้มลดลง ทั้งการยกระดับทักษะแรงงานเพื่อยกระดับผลิตภาพการผลิตและเพิ่มการมีส่วนร่วมของกำลังแรงงานหญิงในตลาดแรงงานให้มากขึ้น เพื่อชดเชยแรงงานที่หายไป
นอกจากนี้การสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชากรสูงวัยที่เกษียณไปแล้วทำงานต่อ และการจูงใจให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะเข้ามาทำงานในประเทศเพิ่มขึ้น เป็นอีกทางเลือกที่หน่วยงานภาครัฐอาจพิจารณาผลักดันให้เกิดขึ้นได้
2.เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐและการขยายฐานภาษีประเภทใหม่รองรับภาระทางการคลังที่เพิ่มขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลตรวจสอบและอุดรูดรั่วทางภาษี และการจัดเก็บภาษีประเภทใหม่ เช่น ภาษีเงินได้ธุรกรรมดิจิทัล ซึ่งเป็นภาษีใหม่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ รวมถึงภาษีสิ่งแวดล้อม ที่เก็บจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ที่กระทบสิ่งแวดล้อม เช่น เหมืองขุดเงินคริปโทเคอเรนซี่ และเพิ่มอัตราภาษีบางประเภทเพื่อชดเชยภาษีที่หายไป อาทิ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
3.สร้างระบบการออมและหลักประกันวัยเกษียณ ที่ครอบคลุมและเพียงพอต่อแรงงานทุกประเภททั้ งแรงงานในระบบและนอกระบบ รวมถึงแรงงานแพลตฟอร์มที่เป็นแรงงานประเภทใหม่ โดยผ่านการสนับสนุนการออมระยะยาว และแรงงานควรออมตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นตามอายุการทำงาน เพื่อให้แรงงานทุกกลุ่มมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพในยามที่ไม่ทำงาน
กรณีของแรงงานแพลตฟอร์มที่เป็นแรงงานประเภทใหม่และส่วนใหญ่มีรายได้สูงกว่าแรงงานนอกระบบ ซึ่งไทยอาจกำหนดให้ออมภาคบังคับ โดยหักเป็นร้อยละของรายได้แต่ละเดือนเข้ากองทุนประกันสังคม ในกรณีที่เดือนนั้นมีรายได้ ขณะที่เดือนใดไม่มีรายได้หรือมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดจะไม่โดนหัก
ที่มา bangkokbiznews