แต่ “ร.ต.อ.” มีน้ำเสียงไม่พอใจและกล่าวว่า “ทำไมต้องแจ้งเพิ่ม มันมีข้อหาใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ท่านดูโทษหรือยังว่าโทษมันหนักกว่า เคยปรึกษา ผกก.แล้ว บอกว่าไม่ต้องแจ้ง” จึงอธิบายกลับไปว่า “ผกก.ไม่ได้ฟ้อง ผมเป็นคนฟ้อง และผู้ต้องหากระทำความผิดข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วย”
จากนั้น “ร.ต.อ.” พูดตอบอย่างมีอารมณ์ว่า “เอาจริงๆ ผมไม่ว่างแจ้งหรอกอบรมสารวัตรอยู่” และ “อยากจะสั่งอะไรก็สั่งมา สั่งมา สั่งมาเลย ผมจะได้รู้ด้วยว่าคุณเป็นใครชื่ออะไร” ก่อนตัดสายโทรศัพท์ทิ้ง ซึ่งในวันเดียวกันนั้น มีข้อความปริศนาส่งมาหา ระบุข้อความว่า “เป็นอะไรมากป่าว อยากโชว์กันหรอ มาทำลูกพี่ก่อนนะ เดินทางปลอดภัยนะ เดี๋ยวอาจจะได้เจอกัน”
อีกข้อความระบุว่า “ทำอะไร ทำดีๆ นะ คิดให้ดี ขอโทษยังทัน” และ “ชอบจัง คนมีอื่น ผ่านมาท่ายาง ถ้าดูแลรักษาตัวให้ดี เช็คเบสแปบ ถ้าผ่านมา” หรือ “คุณมีกัน เรามีนอกเกม นะจ้ะ อยากๆๆๆ อยากเจอโว้ยยย”
กระทั่งวันที่ 9 ก.พ.ทาง ผกก.สภ.ท่ายาง และ “ร.ต.อ.” ได้เข้าพบอัยการจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งตนเองร่วมเจรจาด้วย เบื้องต้นคู่กรณีปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นผู้ส่งข้อความเข้ามา แม้จะมีการยืนยันว่าเป็นของอีกฝ่าย โดยมีท่าทีแข็งกร้าว ไม่ให้ความเคารพผู้บังคับบัญชาตนเอง และไม่ให้ความเคารพอัยการ