เดือด! อดีตเอกอัครราชทูตหลายประเทศ โพสต์วิเคราะห์ "ประยุทธ์" เยือน "ซาอุดิอาระเบีย" แบบกะทันหัน มีอะไรแปลกๆ ระบุไม่ได้เข้าพบ "กษัตริย์-นายกฯ" ดูไม่ค่อยสมศักดิ์ศรี

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เป็นหมายกำหนดการที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เดินทางเยือนราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมนั้น

 

ล่าสุดนายรัศมิ์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัครราชทูตหลายประเทศ และเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador Returns” โพสต์วิเคราะห์ว่า มีอะไรเบื้องหลังการเยือนซาอุดีอาระเบีย? หลายคนอยากฟังเรื่องการไปเยือนซาอุดิอาระเบียของผู้นำไทยที่ผ่านมา ซึ่งก่อนอื่นผมขอแสดงความยินดีกับพัฒนาการนี้ การกลับมามีความสัมพันธ์ขั้นปกติและที่ดีกับซาอุดิอาระเบีย จะอย่างไรถือเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเป็นสิ่งที่น่ายินดีครับ

"อดีตทูต" วิเคราะห์ "ประยุทธ์" เยือนซาอุฯ ไม่ค่อยสมศักดิ์ศรี

ส่วนที่คนดูแลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ออกมาให้ข่าวว่า เรื่องนี้เป็นผลงานล้วนๆ ของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน อันนั้นจะจริงเท็จแค่ไหนนั้น คงต้องว่ากันอีกที การเยือนครั้งนี้มีขึ้นอย่างค่อนข้างกะทันหัน และทำให้หลายคนแปลกใจ รวมทั้งไม่ทราบสาเหตุแท้จริงที่แน่ชัด แต่ดูเหมือนจะมาจากการตัดสินใจของทางซาอุดิอาระเบียที่เป็นคนเชิญเอง และที่ขณะนี้อยู่ในสภาวะที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก

ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ในต่างประเทศย่อมรู้ว่า ขณะนี้ซาอุดิอาระเบียเอง มีปัญหาทั้งภายในและด้านการต่างประเทศอย่างมาก ไม่ว่าความขัดแย้งระหว่างพวกราชวงศ์ด้วยกันเอง ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษย์ชน การทำสงครามในเยเมน การทะเลาะและปิดล้อมกาตาร์ และปัญหาภาพลักษณ์จากการสังหารนายคาชอคกี นักข่าวนักวิจารณ์ชาวซาอุดิอาระเบียอย่างโหดเหี้ยม ทำให้กลายเป็นที่รังเกียจและหลายประเทศต้องรักษาระยะห่าง ไม่อยากคบค้า ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลถึงการทำธุรกิจ การลงทุนต่างๆ ที่กระทบถึงเศรษฐกิจของซาอุดิอาระเบียอย่างมาก

"อดีตทูต" วิเคราะห์ "ประยุทธ์" เยือนซาอุฯ ไม่ค่อยสมศักดิ์ศรี

และอย่างที่นักวิเคราะห์ทั่วไปรู้กัน คือผู้มีอำนาจในซาอุฯ ขณะนี้เป็นอีกสายหนึ่งกับทางเจ้าชายที่ถูกโจรกรรมเพชรมาไทย จึงอาจไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้นัก รวมทั้งเรื่องการสังหารนักธุรกิจพระญาติสนิทราชวงศ์คนก่อนในไทยด้วย เมื่อประกอบรวมกัน ก็มีความเป็นไปได้ว่านี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทางซาอุดิอาระเบีย เชิญผู้นำไทยไป ไม่ว่าจะเพื่อแสดงบทบาทด้านการต่างประเทศ หรือการยกบทบาทให้กับมงกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรีซาอุดิอาระเบียก็ตาม

 

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ปัจจุบันทางซาอุดิอาระเบีย อาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการโจรกรรมเพชรและการฆ่านักธุรกิจเชื้อพระวงศ์เช่นเดิมนัก แต่ถึงกระนั้นก็ไม่น่าที่จะลืมเรื่องนี้โดยง่ายดาย และเท่าที่เห็นรัฐบาลไทยปัจจุบันก็ไม่สามารถคลี่คลายคดีทั้งสอง ที่เป็นเงื่อนไขสำคัญในการนำไปสู่การปรับความสัมพันธ์ระหว่างกันได้แต่อย่างใด จึงทำให้ยากจะมองได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะผลมาจากการดำเนินการแก้ไขปัญหาของฝ่ายไทยเป็นหลัก

เรียนตามตรงว่าผมเองยังรู้สึกเรื่องนี้อาจมีอะไรที่ซับซ้อนมากกว่านี้ที่ยังไม่รู้ เพราะดูมันปุบปับแบบแปลกๆ และจะว่าไปการพยายามแก้ไขเรื่องนี้ของฝ่ายไทยก็มีมาตลอด ที่บอกว่านี่คือผลงานล้วนๆของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนั้น ผมจึงไม่แน่ใจนัก โดยเฉพาะมาจากผู้ที่เคยพูดได้ถึงขนาดสหรัฐฯได้มาเตือนตนล่วงหน้าว่าจะโจมตีอิหร่าน จนเป็นที่อับอายขายขี้หน้าไปทั่วโลกมาแล้ว

"อดีตทูต" วิเคราะห์ "ประยุทธ์" เยือนซาอุฯ ไม่ค่อยสมศักดิ์ศรี

นอกจากนี้ผมมีข้อสังเกตว่าไปเยือนคราวนี้ ฝ่ายไทยเป็นฝ่ายบินไปหาเขา แต่ไม่ได้ถูกจัดให้เข้าพบกษัตริย์-นายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบียแม้สักนิด ซึ่งแลดูไม่ค่อยสมศักดิ์ศรี หรือก็คือเขาก็ไม่ได้ให้เกียรติอะไรเรานัก ไม่ทราบว่าทำไมไม่สามารถเจรจาให้มีโอกาสเข้าพบกษัตริย์-นายกรัฐมนตรีของเขาเลย

 

แล้วก็เห็นภาพนายกรัฐมนตรีไทยไปยืนยกมือไหว้ฝ่ายเขาปลกๆ ทั้งที่เทียบระดับเขาต่ำกว่าก็อดขำขื่นๆ ไม่ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยินดีด้วยนะครับในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองนี้

"อดีตทูต" วิเคราะห์ "ประยุทธ์" เยือนซาอุฯ ไม่ค่อยสมศักดิ์ศรี