3.กลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นฐานเสียงที่อาจไม่มากเท่ากลุ่มที่ 2 แต่มีความเหนียวแน่นและมุ่งมั่นในการออกไปเลือกตั้ง กลุ่มนี้พรรคไทยภักดีได้คะแนนไป จากจุดขายเรื่องความจงรักภักดี นอบน้อม และต้องการให้บ้านเมืองสงบ ซึ่งตรงใจกับประชากรกลุ่มนี้ แต่ก็มีพรรคเพื่อไทย พรรคกล้า และพรรคพลังประชารัฐ พยายามช่วงชิงคะแนนอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐที่เคยทำโครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่นี้
4.กลุ่มที่เบื่อรัฐบาล เบื่อพรรคพลังประชารัฐ จากปัญหาภายในพรรคขณะนี้ และผลงานที่ถูกตั้งคำถามของรัฐบาล โดยเฉพาะสินค้าราคาแพง ซึ่งก็คือกลุ่มที่เคยเลือกนายสิระ กลุ่มนี้ ผู้สมัครทุกคนพยายามช่วงชิงคะแนน ทำให้ผู้สมัครของพลังประชารัฐกลายเป็น "ตำบลกระสุนตก" ถูกโจมตีจากทุกพรรค
กิจกรรมที่จะวัดคะแนนนิยมรอบสุดท้าย คือ การปราศรัยใหญ่ก่อนเลือกตั้ง ราวๆ วันที่ 28 ม.ค. เป็นการวัดขุมพลังตามธรรมชาติ ว่าใครมีเท่าไหร่กันแน่ ซึ่งวันนั้นจะพอมองเห็น ขณะที่พรรคกล้า ประกาศว่า วันที่ 28 ม.ค. จะมีเซอร์ไพรส์ กับการเปิดตัวอินฟลูเอนเซอร์คนสำคัญ
ส่วนการลงพื้นที่ของ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา สร้างความคึกคักได้พอสมควร และเป็นกำลังใจให้ "มาดามหลี" กับกองเชียร์ของพรรค ท่ามกลางกระแสโจมตีเกี่ยวกับ "คลัสเตอร์พลังประชารัฐ" เนื่องจาก ผอ.เลือกตั้งซ่อมของพรรค คือ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ซึ่งติดโควิด แต่แกนนำพรรคและผู้สมัครไม่ได้กักตัว แม้จะอ้างผลตรวจว่าปลอดเชื้อก็ตาม แต่ก็ยังถูกพรรคการเมืองคู่แข่งหยิบไปเป็นประเด็นโจมตีได้