รวมยึดเพื่อตรวจสอบทั้งสิ้น 10,000 หมายเลข และยึดคอมพิวเตอร์และเครื่องโทรศัพท์ดัดแปลงสำหรับใช้ลงทะเบียน 9 เครื่อง ในจุดที่ 2 ที่อำเภอขุนตาลจังหวัดเชียงรายเป็นร้านขายโทรศัพท์และอุปกรณ์ ร้านดังกล่าวจะไม่มีการเก็บชิมสำรอง หากลูกค้าต้องการเมื่อใดต้องสั่งจองล่วงหน้า
ผลการตรวจค้นพบภาพถ่ายบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยจำนวนมาก และพบไฟล์สั่งซื้อ ซิมโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนแล้วอีกหลายรายการ จึงได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อสืบสวนและนำเข้า คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง เพื่อเสนอเป็นคดีพิเศษ
การสั่งซื้อซิมโทรศัพท์ในลักษณะดังกล่าว อาจจะมีการนำไปใข้ก่อเหตุอาชญากรรม ทั้งการเปิดเว็บพนัน การหลอกลวงและฉ้อโกงประชาชน แอปพลิเคชันปล่อยเงินกู้ และบางส่วนอาจจะเกี่ยวกับการฟอกเงินในขบวนการค้ายาเสพติด การก่อการร้าย เพราะเมื่อมีซิมที่ลงทะเบียนแล้ว สามารถเปิดบัญชีธนาคาร ผ่านออนไลน์ได้
ทั้งนี้ ผู้ประกาศขายชิม ผู้ลงทะเบียน และผู้ใช้ อาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) และ (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม จำหน่ายหรือมีไว้ครอบครอง ใช้หรือมีไว้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม มาตรา 269/1 และมาตรา 269/4 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 - 7 ปี ปรับ 20,000 - 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ควรจะต้องมีการควบคุมและสอดส่องดูแลเรื่องนี้ให้ดี อาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ให้มีความรัดกุมมากกว่านี้ ทางค่ายผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือก็เช่นเดียวกัน ต้องมีความรอบคอบในการปล่อยชิมออกมาให้กับตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ไม่ใช่แค่ขายออกมาอย่างเดียว
ต้องมีการคัดกรองที่เข้มงวด รวมถึงการสอดส่องดูแลพนักงานที่แอบนำออกมาขายด้วย เพราะถือเป็นการสร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้กับประเทศชาติและประชาชน นอกจากนี้ ตนต้องขอเตือนประชาชนให้ระวังการนำหมายเลขบัตรประชาชนไปลงทะเบียนชิม และอย่ารับจ้างเปิดหมายเลขและบัญชีธนาคารเด็ดขาดเพราะท่านอาจจะกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว