"ในปีการศึกษา 2565 เราจะเปิดทุกสาขาวิชาของระดับ ปวช. ที่สถานศึกษานั้นเปิดทำการสอน โดยจะเน้นให้ความสำคัญในภาคปฏิบัติ ส่วนวิชาสามัญที่เป็นพื้นฐานในการเรียนยังคงมีอยู่ แต่จะบูรณาการเข้ากับการเรียนเนื้อหาทางวิชาชีพ ในแนวทางปฏิบัติ ทาง สอศ.จะประสานกับ สพฐ. เพื่อสำรวจนักเรียนที่กำลังจะจบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 3 ที่มีความประสงค์ในการเรียนต่อทางด้านสายอาชีพ แต่ครอบครัวขาดทรัพย์ที่จะให้การสนับสนุน ซึ่งเป็นเด็กกลุ่มเป้าหมายหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำ และป้องกันเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษา ให้เข้ารับการศึกษาสายอาชีพแทน ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ สร้างงาน สร้างอาชีพ ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้อย่างมั่นคง และแข็งแรง" รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
นอกจากนี้ ทาง สอศ.ยังมีหลักสูตรระยะสั้นในหลากหลายสาขาจำนวนมาก ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป ที่ให้ความสนใจในการต่อยอดความรู้ด้านทักษะอาชีพ เพื่อฝึกให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ มีความเป็นมืออาชีพ ที่สามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประกอบอาชีพ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย
ด้าน นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการ กอส. กล่าวว่า สอศ.ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการภายใต้โครงการ "สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน เพื่อผลิตกำลังคนของประเทศ" ภายใต้ชื่อ "อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ" โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ได้คัดเลือกสถานศึกษาที่มีความพร้อมในการรับผู้เรียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 87 แห่ง ทั่วประเทศ โดยสามารถรับปริมาณนักเรียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้จำนวน 5,200 คน
ระยะที่ 2 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2566 เพิ่มสถานศึกษาที่มีความพร้อมในการรับผู้เรียนเข้าร่วมโครงการฯ ให้ได้จำนวนรวมทั้งสิ้น 169 แห่ง ทั่วประเทศ โดยสามารถสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน จำนวนรวมทั้งสิ้น 116,000 คน
ทั้งนี้ โครงการ "อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ" เป็นการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุน พัฒนาศักยภาพกำลังคน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งปลูกฝังค่านิยมด้านคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่นักเรียนสายอาชีพ ที่มีฐานะยากจน ขาดโอกาสทางการศึกษา ในพื้นที่ห่างไกล ให้ได้รับการสนับสนุนทางด้านการศึกษา มีทักษะวิชาชีพ สามารถทำงานประกอบอาชีพได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณผู้เรียน สร้างทางเลือกสำหรับผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งมีความสนใจในการเรียนต่อสายอาชีพเข้าสู่การศึกษาระดับอาชีวศึกษา
นายธีรศักดิ์ อรุณวัชรพันธ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพป่าซาง จ.ลำพูน กล่าวว่า ทางวิทยาลัยฯ เน้นบริหารจัดการศึกษา ภายใต้แนวคิด "การอาชีพ...เพื่อชุมชน" ที่ต้องการส่งเสริมให้ เด็กที่มีต้นทุนชีวิตไม่มาก ได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อสายอาชีพ ซึ่งผู้เรียนส่วนใหญ่ เป็นชนเผ่าชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น ม้ง อาข่า กะเหรี่ยง จากดอยสูงสู่การเรียนรู้ 7 สาขาวิชาอาชีพ ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ในศาสตร์ที่ผู้เรียนมีความสนใจ
"วิทยาลัยการอาขีพป่าซาง เป็นหนึ่งสถานที่ในระยะแรก ที่เปิดโครงการ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” ขอให้ผู้ปกครองวางใจและเชื่อมั่นในการระบบการบริหารจัดการ หอพักวิทยาลัยฯ ทั้งความปลอดภัยและการเอาใจใส่ของครูพี่เลี้ยง ตลอดจนเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในทุกมิติ เพื่อให้พวกเขาเป็นคนดี คนเก่ง อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ปัจจุบันมีผู้เรียน กว่า 150 คน ได้มีโอกาสศึกษาต่อ และพักอาศัยในวิทยาลัยฯ เราอยากทำให้เป็น “วิทยาลัยแห่งนวัตกรรมและความสุข" นายธีรศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ น.ส.ตรีนุช ยังได้เดินทางไปวิทยาลัยการอาชีพป่าซาง จ.ลำพูน เพื่อตรวจดูความพร้อมของหอพักชายและหญิง สำหรับผู้ที่จะเข้าเรียนในโครงการ "อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ" ซึ่งทางวิทยาลัยฯ พร้อมรับเด็กที่จบมัธยมตอนต้น เข้าโครงการจำนวน 60 คน ในปีการศึกษา 2565
สำหรับจำนวน 87 สถานศึกษาที่จะเปิดรับนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนต้น ในระยะแรก ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิค 1 แห่งวิทยาลัยการอาชีพ 39 แห่ง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี 47 แห่ง แยกเป็นภูมิภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ 26 แห่ง ภาคกลาง 19 แห่ง ภาคใต้ 19 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 แห่ง ภาคตะวัน ออก และกทม. 5 แห่ง