ธ.อิสลาม แจงอย่าเชื่อข่าวปลอม หลังมีการเผยแพร่ว่าจะปล่อยสินเชื่อโครงการชุมชนซื่อสัตย์ผ่านมัสยิด โดยไม่มีเงื่อนไขการกู้ ซึ่งข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

22 มกราคม 2565 ตามที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ ที่มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ธนาคารอิสลาม ปล่อยสินเชื่อโครงการชุมชนซื่อสัตย์ผ่านมัสยิด โดยไม่มีเงื่อนไขการกู้ ทาง ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็น ข้อมูลเท็จ

 

กรณีคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาพูดถึง การปล่อยสินเชื่อโครงการชุมชนซื่อสัตย์ผ่านมัสยิด โดยไม่มีเงื่อนไขการกู้ จะให้กู้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของตัวแทนมัสยิดนั้นๆ โดยบริการขาดทุนอย่างไรก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องมีการตรวจสอบจากแบงก์ชาตินั้น ทางธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวและชี้แจงข้อเท็จจริง ระบุว่า.. 

 

การปล่อยสินเชื่อโครงการชุมชนซื่อสัตย์ ธนาคารกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่ชัดเจน ทั้งคุณสมบัติของตัวแหนมัสยิด หรือผู้ดูแลโครงการ และคุณสมบัติของสัปปุรุษ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ใด และวัตถุประสงค์ของโครงการชุมชนชื่อสัตย์ เพื่อที่จะเสริมสร้างสภาพคล่องในการดำรงชีพหรือสนับสนุนให้เป็นทุนประกอบอาชีพแก่คนในชุมชนของแต่ละมัสยิด (สับปุรุษ)

 

อย่าแชร์ข่าวปลอม! ธ.อิสลาม ปล่อยสินเชื่อผ่านมัสยิดโดยไม่มีเงื่อนไข

 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนในชุมชนที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินจากสถาบันการเงินและลดปัญหาการพึ่งพิงเงินกู้นอกระบบไม่มีวัตถุประสงค์ให้สัปปรุษไปปล่อยสินเชื่อต่อ

 

โครงการชุมชนชื่อสัตย์ ธนาคารเป็นผู้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อแก่ตัวแทนมัสยิด หรือเรียกว่าผู้ดูแลโครงการ (ลูกหนี้ตามสัญญา) ผ่านกระบวนการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารได้กำหนดไว้ ซึ่งธนาคารได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ดูแลโครงการ ดังนี้

  • 1. ต้องได้รับความเห็นชอบจากมัสยิด
  • 2. เป็นผู้มีความรับผิดชอบ
  • 3. อายุไม่เกิน 70 ปี
  • 4. ไม่มีประวัติทางการเงินเสียหาย
  • 5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
  • 3. ไม่เคยถูกจำคุก
  • 7. ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

อย่าแชร์ข่าวปลอม! ธ.อิสลาม ปล่อยสินเชื่อผ่านมัสยิดโดยไม่มีเงื่อนไข

เมื่อผู้ดูแลโครงการได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร (วงเงินตั้งแต่ 200,000 - 1,000,000 บาทต่อมัสยิดขึ้นอยู่กับจำนวนสับปุรุษหรือมุสลิมในชุมชนของแต่ละมัสยิด) ผู้ดูแลโครงการก็จะให้สินเชื่อแก่สัปปุรุษของมัสยิด

 

ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการดำรงชีพและเป็นทุนหมุนเวียนหรือเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพที่ไม่ขัดหลักศาสนาอิสลาม ไม่มีวัตถุประสงค์ให้สัปบุรุษที่ได้รับสินเชื่อไปปล่อยสินเชื่อต่อ และธนาคารยังได้กำหนดคุณสมบัติของสับปุรุษ ดังนี้..

  • 1. เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยนับถือศาสนาอิสลาม
  • 2. เป็นสับปุรุษของมัสยิดแห่งนั้น
  • 3. อายุ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป
  • 4. ประกอบอาชีพสุจริตที่ไม่ขัดต่อหลักชะรีอะฮ์
  • 5. มีถิ่นที่อยู่อาศัยแน่นอน สามารถติดต่อและตามหนี้ได้
  • 6. ต้องมีบุคคลอ้างอิงเพื่อติดตามทวงถามอย่างน้อย 1 คน

 

อย่าแชร์ข่าวปลอม! ธ.อิสลาม ปล่อยสินเชื่อผ่านมัสยิดโดยไม่มีเงื่อนไข

 

ส่วนประเด็นที่กล่าวว่าบริการขาดทุนอย่างไรก็ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะไม่ต้องมีการตรวจสอบจากแบงก์ชาตินั้น ทางธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้ชี้แจว่า ธนาคารมีหลักในการบริหารงานตามมาตรฐานของรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคสัง โดยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องรับผิดชอบต่อผลการดำเนินงานของธนาคารที่กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ และแผนธุรกิจของธนาคารที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

 

อีกทั้งเมื่อธนาคารเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ จึงได้รับการตรวจสอบจากธปท.เป็นประจำทุกปี และทุกครั้งที่มีการออกโครงการใหม่ๆจะต้องได้รับความเห็นชอบและหรืออนุมัติต่อผู้กำกับดูแลธนาคารตามอำนาจที่เกี่ยวข้อง

 

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สามารถติดตามได้ที่ www.ibank.co.th/th หรือโทร.1302