หนี้นอกระบบยังคงเป็นปัญหาระดับชาติ ปัจจุบันมิจฉาชีพได้พัฒนารูปแบบออกไปหลากหลาย ทั้งการปล่อยกู้ออนไลน์ ผ่าน Application รวมไปถึง แก็งค์ Call Center ที่หลอกคนโอนเงิน ซึ่งปัญหานี้ทำให้มีผู้เสียหาย หรือผู้ที่ติดหนี้นอกระบบจากขบวนการนี้นับแสนรายทั่วประเทศ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

22 มกราคม 2565 พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน  ผกก.5 บก.ปอศ.และ ผู้ช่วย เลขานุการ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงสถานการณ์ของหนี้นอกระบบว่า ปัญหาหนี้นอกระบบนั้นถือเป็นปัญหาระดับชาติ รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการปราบปรามเรื่องหนี้นอกระบบให้เป็นรูปธรรม โดยปัจจุบันที่ระบาดหนักและน่าเป็นห่วงคือการปล่อยกู้ออนไลน์ 

 

ทั้งนี้จะมีการเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมาใน Play Store หรือใน iOS ซึ่งชาวบ้านสามารถเข้าถึงได้ง่าย ทันทีที่ผู้กู้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันกู้เงินแล้ว ก็จะมีการกำหนดเงื่อนไขต่างๆ เช่น ให้ถ่ายบัตรประชาชน และให้ยืนยันการเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ ซึ่งตรงนี้คือจุดที่ทำให้เกิดปัญหาตามมา 

 

พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน  ผกก.5 บก.ปอศ.

 

พ.ต.อ.ภาดล  กล่าวต่อว่า หลังจากมิจชีพได้ข้อมูลในโทรศัพท์ไปแล้ว ก็นำไปเป็นหลักประกันในการที่จะให้ลูกหนี้ชำระหนี้ หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามที่กำหนด ก็จะโทรไปประจาน หรือโทรไปทวงหนี้จากคนรอบข้าง ยิ่งพอแอปสามารถเข้าถึงรายชื่อในเบอร์โทรศัพท์ได้ ก็ยิ่งเกิดปัญหาตามมาอีก ทำให้คนร้ายได้ฐานข้อมูลหรือเบอร์โทรศัพท์เพิ่มจากเหยื่อ บางแอปฯที่ถูกจับกุมพบว่ามีลูกหนี้ถึง 5 หมื่นคน และบางคนมีรายชื่อในโทรศัพท์ 100 เบอร์ ก็เท่ากับคนร้ายจะได้ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ไปแล้วถึง 5 ล้านเบอร์ 


 

“ พอคนร้ายได้เบอร์ไปแล้ว ก็สามารถนำไปพัฒนาต่อภายหลังก็ผันตัวเองไปเป็นแก๊งค์ call center ด้วยการส่ง sms ไปขู่ว่า เป็นผู้ค้ำประกัน  อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร ให้ดำเนินการชำระหนี้   ซึ่งจากการจับกุมแก๊งเงินกู้ app online พบมีผู้เสียหายทั่วประเทศนับแสนราย ”

 

ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน พบว่ามีข้อมูลการรับแจ้งเรื่องหนี้นอกระบบถึง 883 เรื่อง ส่วนที่ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 350 เรื่อง และอยู่ในระหว่างดำเนินการอีก 533 เรื่อง  

 

เตือนภัย แอปฯกู้เงินออนไลน์ ผู้เสียหายนับแสนราย

ขณะที่สถิติเกี่ยวกับการรับสายที่โอนมาจากสายด่วน 1599  มีทั้งหมด 4,728 เรื่อง แต่ปรากฏว่าสายที่โทรแจ้งเบาะแสเข้ามาบางครั้งไม่สามารถติดต่อกลับไปได้ ทำให้รับเรื่องได้เพียง 883 เรื่อง 

 

ส่วนสถิติการช่วยเหลือลูกหนี้ที่โอนจากสายด่วน 1599 เข้ามา ได้ทำการช่วยเหลือไปแล้ว 298 ราย   ทั้งนี้ อุปสรรคอย่างหนึ่งก็คือว่า เวลาที่ประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาที่สายด่วน 1599 แล้วทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้สามารถติดต่อกลับไปได้ จึงอยากขอความร่วมมือประชาชนที่แจ้งเบาะแสเข้ามาให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่จนเสร็จสิ้นกระบวนการ 

เตือนภัย แอปฯกู้เงินออนไลน์ ผู้เสียหายนับแสนราย

ปัจจุบันตำรวจได้นิยามความหมายหนี้นอกระบบออกเป็น 7 ประเภทด้วยกัน  คือ

  1. แก๊งหมวกกันน็อค  คือกลุ่มบุคคลที่ปล่อยเงินกู้โดยใช้วิธีแจกใบปลิวนามบัตร หรือติดอยู่ตามเสาไฟฟ้า จะเก็บเงินลูกหนี้ประจำทุกวันโดยอาจใช้รถยนต์หรือ รถ.จยย เป็นยานพาหนะ ลูกหนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้า แม่ค้าตามแผงในตลาด หรือร้านอาหารตามสั่ง แหล่งชุมชนหรือย่านเศรษฐกิจที่เข้าถึงได้ง่าย 
  2. ดอกเบี้ยเกินอัตรา จะพบว่า เจ้าหนี้กับลูกหนี้โดยส่วนใหญ่รู้จักกัน ตกลงกู้ยืมแต่ดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยกำหนดห้วงเวลาชำระหนี้ เช่น ผ่อนจ่ายเป็นรายเดือน จะไม่มีลักษณะเก็บเป็นรายวัน
  3. กู้ออนไลน์ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียทุกประเทภ เช่น เฟซบุ๊ค,ไลน์,แอปพลิเคชั่นปล่อยเงินกู้,เว็ปไซต์ 
  4. จำนำรถ  คือ การกู้ยืมที่ลูกหนี้ต้องนำรถยนต์ รถจยย. ไปจอดไว้กับเจ้าหนี้ เพื่อไว้เป็นหลักประกัน
  5. ขายฝากที่ดิน ส่วนใหญ่การขายฝากตามกฎหมายแต่สัญญาไม่เป็นธรรม
  6. จำนองที่ดิน คือ เป็นการจำนองตามกฏหมายแต่สัญญาไม่เป็นธรรม
  7. วางหลักประกัน โดยลูกหนี้นำเล่มทะเบียนรถยนต์ รถจยย. หรือ โฉนดที่ดินไปวางค้ำประกันไว้กับเจ้าหน้าที่  แต่ไม่ได้ทำธุรกรรมทางทะเบียนตามที่กฎหมายกำหนด