นายกฯกำลังจะตกม้าตายหรือไม่ เรื่องหมูแพง ของแพง ทุกอย่างแพง ยกเว้นค่าแรงที่ถูก ผลสะเทือนไปไกล ในสภา นอกสภา องค์กรอิสระ ลามไปถึงความเชื่อมั่นในรัฐบาล

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

1. นายกฯกำลังจะตกม้าตายหรือไม่ เรื่องหมูแพง ของแพง ทุกอย่างแพง ยกเว้นค่าแรงที่ถูก

2. ผลสะเทือนไปไกล ในสภา นอกสภา องค์กรอิสระ ลามไปถึงความเชื่อมั่น เพราะ

  • ในสภา ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ทันทีที่สภากลับมาประชุม / ยื่นกระทู้ถามสด รมว.เกษตรฯ (ทันทีที่กลับมาจากหาเสียงเลือกตั้งซ่อมหรือเปล่า ขำๆ) / และจะหารือกัน 19 ม.ค. เพื่อยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในวันที่ 21 ม.ค. หัวข้ออภิปราย แน่นอน ต้องมีโควิด กับสินค้าแพง ปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจ และวิกฤติศรัทธา งานนี้ฝ่ายค้านมั่นใจมากว่าจะทำให้ “บิ๊กตู่อยู่ต่อยาก” หมอชลน่านบอกว่า เสถียรภาพของรัฐบาลง่อนแง่นเต็มที อ้างตัวเป็นเสียงข้างมาก (แขวะบิ๊กป้อม) แท้จริงเป็นเสียงข้างน้อย
  • นอกสภา ฝ่ายค้านเตรียมยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบรัฐบาลเพิ่มเติมเรื่องโรคระบาดหมู เพราะเชื่อว่ามีการปกปิดข้อมูล

แพงทั้งแผ่นดินบั่นทอนความเชื่อมั่น "รัฐบาลลุงตู่"

 

3. มหากาพย์เรื่องการปกปิดข้อมูลโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF / ต้องบอกว่าเป็นงานหนักของรัฐบาล และอาจทำให้ “บิ๊กตู่” ตกม้าตายได้เหมือนกัน เพราะล่าสุดมีหลักฐานผุดขึ้นมาอีกเพียบ ว่าโรคระบาดถูกค้นพบ และหมูตายผิดธรรมชาติมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีที่แล้ว ก่อนจะล้มตายหนักจนทำลายกลไกตลาด หมูเหลือน้อย ทำให้ราคาแพง

  • นับเฉพาะสัปดาห์นี้ เสียงตำหนิวิจารณ์จากฝ่ายค้าน ประชาชน คนเดินถนน บ่นกันพึมทั้งประเทศ แต่กว่านายกฯจะเรียกอธิบดีกรมปศุสัตว์เข้าชี้แจง ก็ปาเข้าไปวันศุกร์ วันสุดท้ายของสัปดาห์
  • เรียกอธิบดีกรมปศุสัตว์ชี้แจง คนก็เงี่ยหูฟัง นึกว่าจะปลดฟ้าผ่า ที่ไหนได้ กลับออกมายังเฮฮา บอกเสนอแผน 8-12 เดือนทำให้ราคาหมูกลับมาเป็นปกติ / สรุปว่าเราคงต้องหันไปกินเนื้อจระเข้ไปพลางแล้วจริงๆ

4. ด้านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรง อย่าง คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ เดินหน้าแก้ไขปัญหาหลายอย่าง

  • เพิ่มปริมาณหมูในตลาด โดยห้ามส่งออกหมู เพิ่มปริมาณหมูในประเทศได้ปีละ 1,000,000 ตัว
  • เร่งส่งเสริมการเลี้ยงหมูป้อนเข้าระบบ สัปดาห์ละ 300,000 ตัว
  • เร่งส่งเสริมการเลี้ยงหมูเพิ่มอีก มีโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ผู้เลี้ยงหมูรายย่อยกู้เงิน  และส่งเสริมผู้เลี้ยงหมูรายใหม่ (แต่จะสร้างความมั่นใจได้ ต้องแก้โรคระบาดให้ชะงัดก่อนนะ)
  • เพิ่มจุดขายหมูเนื้อแดงราคาถูก กิโลกรัมละไม่เกิน 150 บาท 667 จุดทั่วทั้งประเทศ
  • เรื่องไข่ มีมติร่วมกันทั้งสมาคมผู้เลี้ยงไข่ทั่วทั้งประเทศ คนกลาง ห้างสรรพสินค้าต่างๆ รวมผู้ส่งออก ตกลงกันตรึงราคาหน้าฟาร์มฟองละไม่เกิน 2.90 บาท จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
  • เรื่องไก่ มีการเจรจาเบื้องต้นและมีข้อสรุปแล้ว แม้ยังมีบางฝ่ายที่ยังติดขัด จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเรียกประชุมอีกครั้ง ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ราชการหยุด ชาวบ้านรอไปก่อน ต้องซื้อไก่แพงไปอีก 2 วัน)

แพงทั้งแผ่นดินบั่นทอนความเชื่อมั่น "รัฐบาลลุงตู่"

5. ในขณะที่ของแพง มีความเคลื่อนไหวจากรัฐบาลแบบเงียบๆ ในเรื่องการเก็บภาษี และหารายได้ด้วยวิธีการต่างๆ

  • เก็บภาษีการเทรดคริปโตฯ
  • เก็บภาษีการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

***เรื่องนี้โดนคัดค้านอย่างหนักจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทุกสมาคม และล่าสุดเตรียมยื่นเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการการคลังฯ สภาผู้แทนราษฎร อีกทาง

  • หารายได้จากการท่องเที่ยว "อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ นิว แชปเตอร์” (Amazing Thailand New Chapter) จุดขายใหม่ด้านการท่องเที่ยวของไทย
  • ช่วงไตรมาส 2 เดือน เม.ย. วางแผนเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไทย 300 บาทต่อคน หรือเรียกกันว่า "ค่าเหยียบแผ่นดิน" เพื่อนำเงินที่ได้รับไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในไทย และทำประกันให้แก่นักท่องเที่ยว กรณีประสบอุบัติเหตุ หรือเสียชีวิต
  • คาดว่าไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ราว 1.3-1.8 ล้านล้านบาท และจะมีต่างชาติเที่ยวไทย 5-15 ล้านคน สร้างรายได้ราว 8 แสนล้านบาท

ยอดนี้ต้องรอลุ้นอินเดีย จีน โดยเฉพาะจีนยังไม่อนุญาตให้พลเมืองของตนเดินทางออกนอกประเทศ

แพงทั้งแผ่นดินบั่นทอนความเชื่อมั่น "รัฐบาลลุงตู่"

6. อาการของรัฐบาลเหมือนกำลัง "ถังแตก" จัดเก็บรายได้ได้ไม่ตามเป้า ยอดกู้ก็แทบจะชนเพดาน แถมยังเป็นประเด็นการเมือง ถูกประณามว่ารัฐบาลนักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา

  • ที่น่าห่วงคือการไม่มีไอเดียใหม่ๆ ในการหารายได้ ต้องไม่ลืมว่าไทยหากินกับการท่องเที่ยวมานาน ตั้งแต่ยุครัฐบาล พล.อ.เปรม คือ เวลคัม ทู ไทยแลนด์ ก่อนจะพัฒนาเป็น อเมซิ่งไทยแลนด์ และอันซีน ไทยแลนด์

แต่ไทยแทบไม่เคยพัฒนาคอนเซปท์ คือเน้นขายงานบริการ วัฒนธรรม และธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้นับวันยิ่งหมดไป โดยเฉพาะความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

ขณะที่โควิดยังมีวิกฤติตกค้าง กว่าคนจะมั่นใจเดินทางท่องเที่ยวแบบเสรีจริงๆ น่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะ ไม่น่าจะทันปีนี้

 

ขณะที่ช่องทาง สตาร์ทอัพ เพิ่มฐานการผลิต และนวัตกรรม ซึ่งสามารถระดมทุนรายย่อยได้ผ่านตลาดเงินดิจิทัล กลับถูกรัฐบาลเล็งเก็บภาษี

ปัญหารุมเร้าขนาดนี้ จะตกม้าตายหรือไม่ น่าสนใจจริงๆ