ทั้งนี้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้เปิดตัวเลข โอนค่าบริการกรณีโควิด-19 เดือน ต.ค.-พ.ย. 2564 จำนวน 2.1 หมื่นล้านบาท ให้หน่วยบริการที่ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว ทั้งบริการคัดกรอง รักษาพยาบาล บริการระบบดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้าน/ชุมชน และ UCEP COVID-19 (เจ็บป่วยฉุกเฉิน/โควิด)
จากการเปิดเผยของ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2565 ในฐานะเลขาธิการ สปสช. ได้ดำเนินการลงนามเพื่ออนุมัติโอนค่าบริการฯ สำหรับเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2564 แล้วให้กับหน่วยบริการแล้วรวมจำนวน รวม 21,203,336,431.67 บาท
ในจำนวนนี้เป็นค่าบริการตรวจคัดกรองและรักษาพยาบาลจำนวน 17,401,609,557.07 บาท ค่าบริการระบบดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้านและในชุมชน (Home Isolation/ Community Isolation : HI/CI) จำนวน 31,640,000 บาท และค่าบริการกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตโรคโควิด-19 (UCEP COVID - 19) จำนวนเงิน 3,770,086,874.60 บาท
บทสรุปของเรื่องนี้ เมื่อรัฐขอความร่วมมือกับผู้ป่วยให้เข้าระบบการรักษาแบบ Home Isolation/ Community Isolation ประชาชนต้องมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย ได้รับคำปรึกษา ได้รับยา ได้รับอาหารที่จะช่วยให้สุขภาพกาย รวมถึงสุขภาพจิต ฟื้นฟูจากอาหารเจ็บป่วย
ทั้งนี้ในส่วนของงบประมาณค่าอาหารนั้น เป็นส่วนหนึ่งในงบประมาณของการบริการระบบดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้านและในชุมชน (Home Isolation/ Community Isolation : HI/CI) จำนวน 31,640,000 บาท หากแต่จะถูกจัดสรรปันส่วนอย่างไรนั้น ประชาชนไม่สามารถคาดเดาได้จากสภาพ และปริมาณอาหารในกล่องได้เลย