เลือกตั้งซ่อมเขต 6 สงขลา เขตนี้ ไม่หมู
ฉะนั้น สถานการณ์ในห้วงที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ จึงตกที่นั่งลำบาก เลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 62 ได้ ส.ส.ภาคใต้มาเพียง 22 ที่นั่งจากที่เคยได้ 50 ที่นั่ง เมื่อการเลือกตั้งปี 54 แถมเลือกตั้งซ่อมที่นครศรีธรรมราช เขต 3 เมื่อวันที่ 7 มี.ค.64 พรรคก็ยังเสียที่นั่งส.ส.ผูกขาดของ นายเทพไท เสนพงศ์ ไปให้ นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ แห่งพรรคพลังประชารัฐด้วย
ล่าสุดสถานการณ์เลือกตั้งซ่อม 2 เขต โดยเฉพาะที่สงขลา เขต 6 ทึ่จะหย่อนบัตรกันในวันอาทิตย์ที่ 16 ม.ค.นี้ หลายคนกำลังกังวลว่าจะมี "เดจาวู" หรือฉายหนังซ้ำ นครศรีธรรมราชเขต 3 อีก เพราะคู่แข่งสำคัญก็เป็นคนเดิม คือพลังประขารัฐ
เช็กเสียงรายเขตปชป.เป็นรอง
พื้นที่เขต 6 สงขลา ประกอบด้วย อ.สะเดา อ.คลองหอยโข่ง และ อ.หาดใหญ่ เฉพาะ ต.บ้านพรุ ต.พะตง และ ต.บ้านไร่ มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 215 หน่วย แยกเป็น อ.หาดใหญ่ 4 ตำบลและเทศบาล มี 61 หน่วยเลือกตั้ง อ.คลองหอยโข่ง 4 ตำบลและเทศบาล มี 37 หน่วยเลือกตั้ง และ อ.สะเดา 10 ตำบลและเทศบาล มีทั้งหมด 117 หน่วยเลือกตั้ง
คะแนนเลือกตั้งปี 62 ผู้มีสิทธิตามบัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 126,062 คน ออกมาใช้สิทธิ 96,569 คน บัตรดี 88,564 ใบ บัตรเสีย 5,622 ใบ และบัตรไม่เลือกผู้ใด 2,383 ใบ
ผู้สมัคร 5 คนจาก 5 พรรคการเมือง ได้แก่ หมายเลข 1 น.ส.สุภาพร กำเนิดผล หรือ "น้ำหอม" จากพรรคประชาธิปัตย์
หมายเลข 2 นายธิวัชร์ ดำแก้ว พรรคก้าวไกล หมายเลข 3 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หรือ โบ๊ต" จากพรรคพลังประชารัฐ
หมายเลข 4 นายพงศธร สุวรรณรักษา พรรคกล้า
หมายเลข 5 นางภัทรวดี ศรีศักดา พรรคพลังสังคม
สภากาแฟยก "โบ๊ต" เบียด "น้ำหอม"
จากความเคลื่อนไหวของพรรคต่างๆ ที่หาเสียงมาจนถึงโค้งสุดท้าย "สภากาแฟ" ในพื้นที่สงขลา วิเคราะห์กันว่า คู่ชิงในเขตนี้น่าจะเป็น "น้ำหอม" สุภาพร ภรรยา "นายกชาย" เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ กับ "โบ๊ต" อนุกูล จากพรรคพลังประชารัฐ เพียงเท่านั้น
ในพื้นที่ อ.สะเดา คะแนนเสียงส่วนใหญ่ น่าจะเทไปทาง "โบ๊ต" อนุกูล เนื่องจากเป็นชาวสะเดาโดยกำเนิด และยังเป็นบุตรของ นายอนันต์ พฤกษานุศักดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสะเดา และเป็นหลานอาของ นายพิทักษ์ พฤกษานุศักดิ์ ส.อบจ.เขต อ.สะเดา ด้วย
ที่สำคัญนายอนันต์ พฤกษานุศักดิ์ ยังเป็นหัวคะแนนสำคัญในพื้นที่ อ.สะเดา ให้กับ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา เขต 6 เจ้าของเก้าอี้เดิมมาก่อน และเป็น ส.ส.ผูกขาดในพื้นที่นี้มาอย่างยาวนาน
ส่วนพื้นที่ อ.คลองหอยโข่ง คะแนนเสียงน่าจะเทไปทาง "น้ำหอม" เนื่องจากควงคู่ "นายกชาย" ลงพื้นที่มาต่อเนื่อง มีทั้งผู้นำชุมชน กลุ่มเครือข่ายสตรี และกลุ่ม อสม.ในพื้นที่ที่เคยสนับสนุนช่วยเหลือกันมาอย่างยาวนานเป็นฐานเสียงสำคัญ
ส่วนพื้นที่ อ.หาดใหญ่ (เฉพาะ ต.พะตง ต.บ้านพรุ ต.บ้านไร่ ) ยังไม่ชัดเจนว่าคะแนนเสียงจะเทไปทางไหน แต่พื้นที่นี้ "ทนายอาร์ม" นายพงศธร สุวรรณรักษา พรรคกล้า ก็มีสิทธิ์ลุ้นแบ่งคะแนนมาจาก "น้ำหอม" และ "โบ๊ต" ได้ เนื่องจาก "ผู้การชาติ" พันเอก สุชาติ จันทรโชติกุล ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้า ก็มีหัวคะแนนจากการเคยเป็นแม่ทัพ เคยนำพลังประชารัฐคว้าชัยในการเลือก ส.ส.เมื่อปี 62 และยังมีหัวคะแนนจากการลงเลือกตั้งชิงตำแหน่ง นายก อบจ.สงขลา แม้ตัวเองจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็ตาม แต่ก็ถือว่าแพ้แบบไม่เสียหน้า
ขณะเดียวกัน พื้นที่เขต 6 สงขลา มีค่ายทหารเยอะ มีทั้งพื้นที่ของกองทัพอากาศ ได้แก่ กองบิน 56 พื้นที่กองทัพบก มีค่ายรัตนพล กองพลพัฒนาที่ 4 กับ กองบัญชาการ กองทัพน้อยที่ 4 ที่เพิ่งตั้งใหม่ได้ไม่นาน และยังมี "ค่าย ตชด.ท่านมุก" ที่คลองแงะ อ.สะเดาด้วย คะแนน “พลังเขียว” อาจเทไปทางพลังประชารัฐ ก็เป็นได้
นับจากวันนี้ ถึงวันอาทิตย์ ถือว่าเป็นห้วงเวลาวัดฝีมือ “นายกชาย” ซึ่งต้องยอมรับว่าเหนื่อย จนต้องร้องขอ "ทัพหลวง" จากหัวหน้าพรรค จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ มาลุยเดินหาเสียง 12-13 ม.ค.นี้ หวังตีตื้นคะแนนกลับคืน และที่สำคัญการเลือกตั้งซ่อม ทั้งเขต 6 สงขลา และเขต 1 ชุมพร ยังวัดกระแสความนิยมด้วยว่า "คนใต้" ยังเทใจให้พรรคประชาธิปัตย์ อยู่หรือไม่
ที่มา : รายการข่าวข้นคนข่าว 11 ม.ค.65