การชุมนุมที่ฝ่ายความมั่นคงกังวลที่สุด คือ การรวมตัวกันของกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจ เพราะเป็น “ม็อบไม่มีสี - ม็อบไม่มีข้าง” แต่คนเดือดร้อนในยุคข้าวยากหมากแพง มาจากทุกกลุ่ม ทุกข้าง ทุกขั้วความคิด ส่งผลต่อสถานะภาพของรัฐบาลโดยตรง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

รายการ “ข่าวข้นคนข่าว” ได้นำเสนอประเด็นชวนให้ขบคิด ว่าทำไมรัฐบาลโดนกระหน่ำทุกด้าน แล้วเพราะเหตุใดยังอยู่ได้ ใครกันแน่ที่ช่วยต่ออายุให้รัฐบาล แต่ล่าสุดสถานการณ์เปลี่ยนจนยุทธศาสตร์ชาติตามไม่ทัน จึงมาขยายความเพิ่มเติม ถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่รัฐบาลเจอเรื่องปัญหาปากท้องชาวบ้านเต็มๆ

 

มีข้อมูลที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงระหว่าง "ฝ่ายความมั่นคง" ของรัฐบาล กับอดีตคนทำงานด้านความมั่นคงที่ไปนั่งอยู่ใน "พรรคร่วมฝ่ายค้าน"

 

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร หรือ “เสธ.แมว” อดีตเลขาธิการ สมช. อธิบายถึงสิ่งที่คนทำงานด้านความมั่นคงเรียกว่า "สภาวะแวดล้อม" ของรัฐบาลชุดนี้ โดยบอกว่าดูแล้ว "ไปต่อ" ยากจริงๆ โดยมีตัวชี้วัดคือ 

- ตำแหน่งรัฐมนตรี 2 ตำแหน่งที่ปล่อยว่างมายาวนาน ตั้งใครไปแทนไม่ได้ (สะท้อนปัญหาขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐอย่างชัดเจนว่าไม่สามารถเคลียร์กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้)

- การประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ล่มบ่อยเพราะองค์ประชุมไม่ครบ (สะท้อนปัญหาทั้งในพลังประชารัฐและในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน) 

- การแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในยามฉุกเฉิน ต้องการเสนอพระราชกำหนดเพื่อใช้อำนาจพิเศษกรณีจำเป็นเร่งด่วน ก็ต้องชะลอ ไม่กล้าเสนอ กลัวสภาจะคว่ำ พลอยพารัฐบาลพังไปด้วย (เหตุผลเบื้องหลังเหมือน 2 ข้อก่อนหน้า) 

- เรื่องความมั่นคงที่อวดอ้างว่าชำนาญยังไปไม่เป็น ดูจากปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่หนักข้อ ปีใหม่มีการวางระเบิด 6 จุดที่ จ.ยะลา, 2-3 วันต่อมาทหารพรานถูกลอบยิงที่ จ.นราธิวาส จนเสียชีวิต, ล่าสุดก็โดนถล่มด้วยระเบิดอีกที่ จ.ปัตตานี 

ดูจากสภาวะแวดล้อมที่ยกมาแล้ว ไม่ต้องถามคนระดับอดีตเลขาธิการ สมช. หรือตรวจดวงเมืองกับโหรชื่อดังก็ได้ เพราะใครที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองก็น่าจะพอคาดเดาได้ว่า อาการแบบนี้ น่าจะไปไม่รอด

 

แต่เชื่อไหม มุมมองทั้งหมดนี้ตรงกันข้ามกับที่ฝ่ายความมั่นคงและทีมงานของนายกฯ ที่ทำงานให้กับรัฐบาลประเมินแบบสิ้นเชิง เพราะทีมรัฐบาลประเมินแบบชิลล์ๆ ว่า

- โอกาสยุบสภามีน้อยกว่าอยู่ครบวาระ 

- ไม่น่าจะมีวิกฤติอะไรร้ายแรงกว่าที่เคยเจอมาแล้ว และผ่านมาได้หมดแล้ว ทั้งโควิดและวิกฤติการเมืองทั้งในและนอกสภา 

ของแพง ค่าแรงต่ำ ชาวบ้านรับกรรม พรรคร่วมฯตะลุมบอน

หากจะสรุปว่า บทประเมินของทั้งสองฝ่ายไม่มีใครผิด ก็คงจะพูดได้ แต่สิ่งที่ฝ่ายความมั่นคงและทีมงานนายกฯ อาจจะลืมไป ก็คือวิกฤติความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาอาจจะยังไม่ถึงขีดสุด และยังไม่มีการรวมกลุ่มออกมาเรียกร้องกันอย่างชัดเจน ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพราะสถานการณ์โควิดด้วย 

 

ต้องไม่ลืมว่า การชุมนุมหรือรวมตัวกันของพี่น้องประชาชนที่ฝ่ายความมั่นคงกังวลที่สุด คือ การรวมตัวกันของกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจ เพราะเป็น “ม็อบไม่มีสี - ม็อบไม่มีข้าง” แต่คนเดือดร้อนมาได้จากทุกกลุ่ม ทุกข้าง ทุกขั้วความคิด

 

จากราคาน้ำมันแพง มาต่อที่หมูแพง และลามไปไข่แพง ล่าสุดขึ้นราคาน้ำมันอีกระลอก (11 ม.ค.65) นับเป็นครั้งที่ 3 หลังปีใหม่ 2565 กลายเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนซึ่งรัฐบาลยังรับมือได้ไม่ดีพอ

ของแพง ค่าแรงต่ำ ชาวบ้านรับกรรม พรรคร่วมฯตะลุมบอน

การที่สินค้าทุกชนิดพาเหรดขึ้นราคา พร้อมกันหมูแพง ไข่แพง ขึ้น ส่งผลทางจิตวิทยาต่อประชาชนในวงกว้าง เพราะทุกคนจะรู้สึกว่าได้รับผลกระทบ แม้บางคนจะไม่ได้กระทบมาก แต่ก็จะมีความรู้สึกร่วมไปด้วย

 

ส่งผลต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลอย่างชัดเจน และหากรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ทันใจ และแก้เกมการเมืองได้ไม่ดีพอ ทุกอย่างอาจประดังกลายเป็น “ม็อบไม่มีข้าง” ที่ได้รับความเดือดร้อนมายาวนานจากโควิด-19 ออกมาขับไล่รัฐบาลได้เหมือนกัน

 

ที่มา : รายการข่าวข้นคนข่าว 10 ม.65 

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด