กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอเน้นย้ำวิธีการสังเกตและรับมือเรื่องดังกล่าวเพื่อเป็นการเตือนภัย ดังนี้
1. ไม่มีเจ้าหน้าที่ของ DSI หรือของรัฐติดต่อประชาชนทางโทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับการเงิน เลขบัญชี หรือให้โอนเงิน หรือทำธุรกรรมทางการเงินใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่มีการนัดหมายให้มาพบนอกวัน เวลาราชการ หากพบพฤติกรรมดังกล่าวให้วางสายทันที เพื่อไม่ให้ถูกพูดจาหว่านล้อมจนหลงเชื่อ
2. หากท่านหลงเชื่อและมีการโอนเงินให้คนร้ายไปแล้ว ให้รีบแจ้งความกับพนักงานสอบสวนท้องที่ที่เกิดเหตุการณ์นั้น และรีบติดต่อธนาคารเพื่อระงับการทำธุรกรรมโดยเร็วที่สุด
กรณีดังกล่าว แม้จะมิใช่คดีพิเศษ แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษมิได้นิ่งนอนใจ เนื่องจากมีประชาชนหลงเชื่อเพราะเหตุจากแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ DSI อธิบดี DSI จึงมอบหมายให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว สืบสวนจนทราบว่าเป็นขบวนการของต่างประเทศ โดยใช้เครือข่ายคนไทยด้วยกันเองเป็นผู้หลอกลวง มีการใช้โทรศัพท์ผ่านระบบ Voice Over Internet Protocal (VOIP) และใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประเทศไทยในการหลอกลวงด้วย โดยเป็นการโทรมาจากบริเวณตะเข็บชายแดน มีการจัดหาบัญชีม้าที่เป็นของคนไทยเพื่อใช้ในการรับโอนเงินโดยเจ้าของบัญชี จะเปิดการใช้งานในรูปแบบ E-banking เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มผู้กระทำความผิด บางรายจะจดทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้พร้อมบัญชีเงินฝาก เพื่อใช้ในการโทรติดต่อหลอกลวง
จากการตรวจเส้นทางการเงินพบว่ามีการโอนเงินจำนวนหลายทอด ไม่น้อย 4 ลำดับชั้นบัญชี เพื่อหลีกเลี่ยงการอายัดบัญชีเงินฝาก รวมทั้งพบการธุรกรรมผ่าน E-banking ในประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลและประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อจับกุมดำเนินคดีและยึดทรัพย์ต่อไป
DSI ขอฝากถึงกลุ่มคนไทยที่ยอมตัวเป็นเครื่องมือของคนต่างชาติที่มาหลอกลวง คนไทยด้วยกันว่าขอให้หยุดการกระทำ เพราะผู้ที่เสียหายอาจกลายเป็นบุคคลในครอบครัวของท่านเอง และท่านยังอาจถูกดำเนินคดีและยึดทรัพย์ด้วย