แก้ปัญหาให้ไว! รมว.เกษตรฯ สั่งกรมปศุสัตว์เร่งทำแผนแก้หมูแพงทั้งระบบ พร้อมเตรียมหารือกระทรวงพาณิชย์ ลดผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภค เบื้องต้นสั่งห้ามส่งออกแล้ว

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

     วันนี้ (5 ม.ค.)นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้อธิบดีกรมปศุสัตว์กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาปริมาณสุกรที่ลดลงจนส่งผลให้ราคาจำหน่ายสูงขึ้น โดยต้องครอบคลุมทุกปัจจัย ตั้งแต่ปัจจัยต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะอาหารสัตว์และยารักษาโรคแพง ปัจจัยการพบโรคระบาดในสุกร เนื่องจากต้องทำลายสุกรเพื่อควบคุมโรค 
อีกทั้งก่อนหน้านี้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายเล็ก รายย่อย และรายกลาง เกิดความตื่นตระหนกต่อข่าวของการเกิดโรคระบาดในสุกร จึงได้เร่งขายสุกรมีชีวิตออกจากฟาร์ม

 

     เมื่อพักคอกแล้ว เกษตรกรรายย่อยและรายเล็กส่วนหนึ่งหยุดเลี้ยงเนื่องจากไม่ได้ปรับระบบการเลี้ยงให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) เพื่อควบคุมโรค จึงเกรงว่าหากสุกรติดโรคระบาดจะเสียหายมาก ส่งผลให้ปริมาณสุกรในระบบการผลิตลดลง แต่ยังมีความต้องการบริโภคสูง

 

     โดยกรมปศุสัตว์เตรียมมาตรการทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ไว้แล้ว โดยจะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กรมการค้าภายใน กรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันโดยเร็วต่อไป

 

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์

ก.เกษตรฯ สั่งห้ามส่งออกหมู พร้อมกางแผน 3 ระยะแก้ราคาหมูแพง
 

     ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ ได้จัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาราคาสุกรสูงขึ้น 3 ระยะ คือ

 

     1.มาตรการระยะด่วน ได้แก่ การห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตเพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อสุกรภายในประเทศให้มากขึ้น การช่วยเหลือด้านราคาอาหารสัตว์ โดยเฉพาะส่วนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น การงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษี การจัดสินเชื่อพิเศษของธ.ก.ส. เพื่อให้เกษตรกรที่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขได้กลับมาเลี้ยงใหม่ในพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ การตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้น พร้อมเร่งสำรวจภาพรวมสถานการณ์การผลิตสุกร เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายและมาตรการที่เหมาะสม

 

     นอกจากนี้ เพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน โดยให้เกษตรกรใช้สุกรขุนตัวเมียมาใช้ทำพันธุ์ชั่วคราว เร่งรัดเจรจาฟาร์มรายใหญ่ในการสรรและกระจายพันธุ์และลูกสุกรขุนให้กับรายย่อยและเล็กที่ต้องการกลับเข้ามาสู่ระบบใหม่กำหนดโซนเลี้ยงและออกมาตรการบังคับใช้อย่างเหมาะสมเพื่อควบคุมโรค และเร่งรัดการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค

 

     2.มาตรการที่2 คือ มาตรการระยะสั้น ได้แก่ การส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศการขยายกำลังผลิตแม่สุกรสนับสนุนศูนย์วิจัยและบำรุงสัตว์ ในสังกัดกรมปศุสัตว์และเครือข่ายคู่ขนานกับฟาร์มเกษตรกรและภาคเอกชน การศึกษาวิจัยยาและสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อลดความสูญเสียจากโรคระบาด 

 

ก.เกษตรฯ สั่งห้ามส่งออกหมู พร้อมกางแผน 3 ระยะแก้ราคาหมูแพง
 

     3.มาตรการที่ 3 คือ มาตรการระยะยาว ได้แก่ การปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกพืชอื่น แล้วส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อทดแทนการนำเข้า หรือส่งเสริมการผลิตข้าวโพดในฤดูแล้งให้มากขึ้น การยกระดับมาตรการปรับปรุงระบบ Biosecurity ในการเลี้ยงสุกรให้เป็น GAP หรือ GFM ซึ่งจะป้องกันโรคได้ดีขึ้น ใช้ยุทธศาสตร์การควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) เพื่อส่งเสริมการส่งออกสุกรไปต่างประเทศ ใช้ระบบการติดตามการเคลื่อนย้ายสุกร Tracking Smart Logistics พร้อมทั้งศึกษาและพัฒนาการปรับปรุงพันธุ์สุกรให้ได้สุกรพันธุ์ดีและทนทานต่อโรคระบาด ศึกษาและพัฒนาการลดต้นทุนการเลี้ยงสุกรทั้งวงจรโดยกรมปศุสัตว์จะเร่งหารือกับทุกภาคส่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชนจากราคาเนื้อสุกรสูงขึ้นโดยเร็วต่อไป

 

     ทั้งนี้จากการประเมินจำนวนสุกรทั้งประเทศในปี 64 ในการตรวจสอบจากการขออนุญาตเข้าฆ่าและส่งออกพบว่า รวมสุกรขุนทั้งประเทศ 19.27 ล้านตัว แบ่งเป็น สุกรเข้าฆ่า 18.29 ล้านตัวและส่งออก 0.98 ล้านตัว หรือลดลงร้อยละ 13 

 

ก.เกษตรฯ สั่งห้ามส่งออกหมู พร้อมกางแผน 3 ระยะแก้ราคาหมูแพง