ซึ่งหลังได้รับยาไวอากร้าเพียง 48 ชั่วโมง อาการก็ดีขึ้น และเพียงสัปดาห์เดียวก็สามารถลดการใช้ออกซิเจนลงได้ถึง 50% กลไกสำคัญที่น่าสนใจสำหรับยาตัวนี้ก็คือ การที่ยาทำให้ผนังหลอดเลือดอ่อนตัว และขยายตัวออกได้ ทำให้เพิ่มกระแสเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งปอด โดยได้มีการใช้ยาไวอากร้าในการรักษาความดันโลหิตสูงในปอดได้ผลมาแล้ว จึงนำมาสู่การทดลองครั้งนี้
- 31 ตค. 64 ผลตรวจโควิดเป็นบวก
- 3 พย. 64 จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ได้รับรส เริ่มมีอาการไอ และระดับออกซิเจนลดลง
- 9 พย. 64 ต้องเข้าไอซียู
- 16 พย. 64 ได้รับการกระตุ้นด้วยยาให้เข้าสู่ภาวะโคม่า เธอได้เซ็นยินยอมเข้าสู่การทดลองก่อนที่จะเข้าสู่สภาวะโคม่า
- 14 ธค. 64 ฟื้นขึ้นจากโคม่า
- 24 ธค. 64 สามารถออกจากโรงพยาบาลได้
นับเป็นกรณีที่น่าสนใจมาก ที่ใช้ยาเก่าที่รักษาโรคอื่นอยู่แล้ว แต่มีกลไกในการออกฤทธิ์บางอย่าง ที่อาจจะสามารถรักษาโรคใหม่ได้ เช่น ยาไวอะกร้าที่ใช้รักษาโรคสมรรถภาพทางเพศเสื่อมในเพศชาย แต่นำกลับมาช่วยผู้ป่วยโควิดได้ ซึ่งจะต้องมีการศึกษาทดลองกันต่อไป ให้มีจำนวนตัวอย่างที่มากพอ ตลอดจนมีการศึกษาถึงประสิทธิผล ร่วมกับผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป