ทั้งนี้ ความตกลง RCEP จะช่วยผลักดันการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาในภูมิภาค RCEP ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยให้ได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเหมาะสมและสะดวกยิ่งขึ้นในประเทศสมาชิกอื่น เช่น การกำหนดให้มีระบบยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาอิเล็กทรอนิกส์ การอำนวยความสะดวกในการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรระหว่างประเทศ การอำนวยความสะดวกในการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ และการเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในระบบอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศสมาชิก ป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทย และกระตุ้นการสร้างและใช้นวัตกรรมใหม่ในการประกอบธุรกิจอีกด้วย
นอกจากนี้ ความตกลง RCEP จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดความคล่องตัวในการทำธุรกิจ เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น การกำหนดให้ประเทศสมาชิกมีกฎหมายหรือกฎระเบียบที่จะคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์จากการกระทำที่ฉ้อฉลและหลอกลวง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลออนไลน์ และการจัดการข้อความการค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่พึงประสงค์ เป็นต้น
“ความตกลง RCEP ได้ให้ความสำคัญกับ SMEs รวมถึงวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรรายย่อย ให้สามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงได้อย่างเต็มที่ โดยกำหนดให้มีกิจกรรมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการปฏิบัติที่ดีเลิศระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อการเข้าถึงตลาดและการเข้าสู่ระบบห่วงโซ่การผลิตโลก เพื่อให้ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อยได้พัฒนาขีดความสามารถ ส่งเสริมศักยภาพในด้านการสร้างสรรค์ สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายการผลิตในภูมิภาค และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการขยายตัวทางการค้าและการลงทุนของไทยและในภูมิภาคด้วย” นายสินิตย์เสริม