ออกซ์ฟอร์ด เผยผลวิจัย วัคซีนเข็ม 3 บูสเตอร์โดสด้วย"แอสตร้าเซนเนก้า" เพิ่มภูมิคุ้มกันโควิด "โอมิครอน" ได้ สธ.ตอกย้ำรัฐบาลเลือกวัคซีนที่ดีที่สุดสำหรับคนไทย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

24 ธันวาคม 2564 บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า เปิดเผยรายงานผลการทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนของแอสตร้าฯ ของทีมวิจัย มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 64 ระบุว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า เป็นเข็มที่ 3 หรือ บูสเตอร์โดส เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ได้ผลประสิทธิภาพสูงในการเพิ่มระดับแอนติบอดีต่อไวรัส SARS-CoV-2 (B.1.1.529) สายพันธุ์โอมิครอน

 

ข้อมูลการวิจัย ระบุว่า ระดับแอนติบอดีที่เพิ่มขึ้นหลังการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น มีระดับสูงกว่าที่พบในผู้ที่เคยติดเชื้อและหายป่วยได้เองจากโรคโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิมและสายพันธุ์กลายพันธุ์ ได้แก่ อัลฟา เบตา และเดลตา โดยเซรั่มที่นำมาทดสอบนั้นมาจากผู้ที่ได้รับวัคซีนกระตุ้นเข็มที่สามมาแล้ว 1 เดือน พบว่า ระดับการลบล้างเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

บูสเตอร์โดส"แอสตร้าเซนเนก้า" ผลวิจัยออกซ์ฟอร์ดระบุชัด ต้าน"โอมิครอน"ได้

ศาสตราจารย์ เซอร์ จอห์น เบลล์ ราชศาสตราจารย์ (Regius Professor) ด้านการแพทย์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร หนึ่งในผู้วิจัย เปิดเผยว่า การค้นพบว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ใช้ในปัจจุบันสามารถใช้เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนได้ ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง

 

ผลการศึกษานี้สามารถช่วยสนับสนุนแนวทางของประเทศต่างๆ ในการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้แก่ประชาชน เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่น่ากังวลต่างๆ รวมถึงสายพันธุ์โอมิครอน

บูสเตอร์โดส"แอสตร้าเซนเนก้า" ผลวิจัยออกซ์ฟอร์ดระบุชัด ต้าน"โอมิครอน"ได้

 

เซอร์ เมเน แพนกาลอส รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาด้านยาชีวเภสัชภัณฑ์ (Biopharmaceuticals) ของแอสตร้าเซนเนก้า กล่าวว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า มีบทบาทสำคัญต่อโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันทั่วโลก ข้อมูลจากการศึกษาล่าสุดนี้นำมาซึ่งความเชื่อมั่นต่อการใช้วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนกระตุ้นเข็มที่สาม

 

“สิ่งที่สำคัญคือการพิจารณาถึงแง่มุมอื่นๆ นอกจากแค่เพียงระดับแอนติบอดี เพื่อที่จะทำความเข้าใจประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันเชื้อไวรัสโอมิครอน ในขณะที่เราเข้าใจสายพันธุ์โอมิครอนมากขึ้น เราเชื่อว่าการตอบสนองของเม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์ (T-cell) จะสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อรุนแรงและป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ในระดับที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้ในระยะยาว ”

 

บูสเตอร์โดส"แอสตร้าเซนเนก้า" ผลวิจัยออกซ์ฟอร์ดระบุชัด ต้าน"โอมิครอน"ได้

 

นอกจากนี้ แอสตร้าเซนเนก้า ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทางบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ในการต่อต้านเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน โดยคาดว่าจะมีผลการศึกษาวิเคราะห์เพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ โดยการศึกษาวิจัยได้ร่วมกับกลุ่มนักวิชาการในภูมิภาคแอฟริกาใต้ 

 

อีกทั้ง แอสตร้าเซนเนก้า กำลังทำการวิเคราะห์เลือดของกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมการทดลองระยะที่สองและระยะที่สาม เพื่อประเมินประสิทธิภาพการลบล้างเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน หลังการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ทั้งด้วยวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า และวัคซีนรุ่นใหม่ที่อยู่ระหว่างการวิจัย (AZD2816)

บูสเตอร์โดส"แอสตร้าเซนเนก้า" ผลวิจัยออกซ์ฟอร์ดระบุชัด ต้าน"โอมิครอน"ได้

 

ขณะที่ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้รับรายงานว่า กรณี แอสตร้าเซนเนก้า ได้เผยแพร่ข้อมูลการศึกษาจากห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด บ่งชี้ว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า เป็นวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 สามารถเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันต่อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีงานศึกษาหลายชิ้นยืนยันถึงประสิทธิภาพของวัคซีนแอสต้าเซนเนก้า โดยการฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 2 โดส ก็สามารถป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลตา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ไปทั่วโลกในช่วงก่อนหน้านี้ได้ดี

 

ทั้งนี้ นายอนุทิน มีความยินดีที่วัคซีนที่ได้ตัดสินใจเลือกเป็นวัคซีนหลักของประเทศไทย ตั้งแต่แรกเริ่ม เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสามารถป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่ารัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขได้ศึกษาและทำงานอย่างหนักเพื่อเลือกวัคซีนที่ดีที่สุดสำหรับคนไทย

 

บูสเตอร์โดส"แอสตร้าเซนเนก้า" ผลวิจัยออกซ์ฟอร์ดระบุชัด ต้าน"โอมิครอน"ได้
 

ขอบคุณข้อมูล : ฐานเศรษฐกิจ