"ส.ส.มิ้นท์" พรรคก้าวไกล จวก "บิ๊กป้อม" ไม่ใส่ใจที่จะแก้ปัญหา "วาด้า" แบนไทยอย่างจริงจัง ส่งผลให้ไม่มีธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาจากการที่ "บาส-ปอป้อ" คว้าแชมป์โลกแบดมินตัน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

20 ธันวาคม 2564 จากกรณีที่ "บาส" เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ "ปอป้อ" ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่ผสมมือ 1 ของโลกขวัญใจชาวไทย ได้รับเหรียญทองศึกแบดมินตันชิงแชมป์โลก ณ เมืองอูเอลบา ประเทศสเปน 


อย่างไรก็ตามในช่วงพิธีรับเหรียญที่ต้องมีการเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา ปรากฎว่าไม่มีธงชาติไทยปรากฎ โดยเป็นเพียงแต่สัญลักษณ์ของสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ (BAT) เท่านั้น เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในช่วงถูกองค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก (วาด้า) ลงโทษแบน ด้วยเหตุผลด้านกฎหมายของไทยที่ยังไม่สามารถรับรองกฎเกณฑ์ของทาง วาด้า ได้ ซึ่งจากเรื่องดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก

ก้าวไกลจวก "บิ๊กป้อม" ไม่ใส่ใจ ทำไร้ธงชาติไทยหลัง"บาส-ปอป้อ"ซิวแชมป์โลก
ล่าสุด น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส. นครปฐม พรรคก้าวไกล ได้เขียนบทความผ่านเว็บไซต์ของพรรค ตำหนิความล่าช้าและไม่ใส่ใจของ "บิ๊กป้อม" พล.อ. ประวิตร ทั้งในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง แต่กลับไม่เร่งดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อรักษาเกียรติภูมิของชาติ

โดยบทความดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้...


ไม่มีธงชาติไทยบนยอดเสาให้แชมป์โลก - เกียรติภูมิชาติที่ ท.ทหารรักษาไม่ได้


ต้องบอกว่าสร้างชื่อเสียงกระหึ่มโลกจริงๆ สำหรับ ‘บาส-เดชาพล’ และ ‘ปอป้อ-ทรัพย์สิรี’ ที่ยังคงท็อปฟอร์มต่อเนื่องในปีนี้ โดยสามารถคว่ำคู่ญี่ปุ่น คว้าแชมป์โลกแบดมินตันคู่ผสม สร้างประวัติศาสตร์เป็นคนไทยคู่แรกที่ได้แชมป์โลกแบดมินตันได้สำเร็จ เป็นการคว้าแชมป์รายการที่ 5 ต่อเนื่องจากจำนวน 12 แชมป์ของทั้งคู่ และยังครองตำแหน่งมือ 1 ของโลกเมื่อสิ้นสุดการแข่งขันในปีนี้ นี่จึงเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจอย่างสำหรับตัวนักกีฬาทั้งสองและทีมงาน รวมถึงเป็นเกียรติภูมิของชาติเมื่อเห็นธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา แต่ช่วงเวลาอันแสนพิเศษนี้กลับไม่เกิดขึ้น เพราะแทนที่ธงชาติไทยจะค่อยๆขยับสูงขึ้นไปพร้อมๆ กับเสียงเพลง เรากลับต้องใช้ธงที่ เขียนว่า BAT (Badminton Association of Thailand) ของสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ขึ้นสู่ยอดเสาแทน

 

สาเหตุของเรื่องนี้สืบเนื่องมาจากการทำผิดกฎขององค์กรสารกระตุ้นโลก หรือ WADA โดยมีคำเตือนมายังประเทศไทยถึงบทลงโทษตั้งแต่ปีที่ผ่านมาว่า หากไม่มีการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับกฎของ WADA ไทยจะถูกแบนห้ามจัดการแข่งขันทุกชนิดกีฬาในระดับนานาชาติ ส่วนนักกีฬาแม้ว่าจะได้รับอนุญาตให้แข่งขันในระดับภูมิภาค ระดับทวีป และระดับโลก ตามปกติ แต่จะไม่สามารถใช้ธงประจำชาติแข่งขันในรายการที่ IOC และ WADA เป็นผู้ดูแลจัดการแข่งขัน รวมถึงในโอลิมปิก พาราลิมปิก และเอเอฟเอฟ ซูซกิคัพ ที่ทีมชาติไทยกำลังแข่งอยู่ขณะนี้ ที่ต้องใช้โลโก้ช้างศึกแทน และหากเราได้แชมป์รายการนี้ ก็หมายความว่าธงชาติไทยจะไม่ถูกเชิญขึ้นสู่ยอดเสาเช่นกัน

ก้าวไกลจวก "บิ๊กป้อม" ไม่ใส่ใจ ทำไร้ธงชาติไทยหลัง"บาส-ปอป้อ"ซิวแชมป์โลก

แม้ว่าจะมีคำเตือนมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งครั้งสุดท้าย ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม และโฆษกพรรคก้าวไกล ก็ได้เคยตักเตือนไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทั้งในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง และมีอำนาจ ‘มากพอ’ ที่จะแก้ไขเรื่องนี้ได้โดยเร็ว หากมีความใส่ใจที่มากพอให้เร่งจัดการเรื่องนี้ให้สำเร็จ

ก้าวไกลจวก "บิ๊กป้อม" ไม่ใส่ใจ ทำไร้ธงชาติไทยหลัง"บาส-ปอป้อ"ซิวแชมป์โลก
“เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ของวงการกีฬาระดับโลก เมื่อมีข้อสรุปออกมาว่าประเทศไทยต้องแก้กฎหมายหรือต้องปฏิบัติตามกฎเกี่ยวกับสารต้องห้ามอย่างเข้มงวด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะต้องทำงานอย่างเร่งด่วนในการขับเคลื่อนเรื่องนี้เพื่อรักษาเกียรติภูมิของประเทศและความภาคภูมิใจให้กับนักกีฬา และคงต้องถามว่าชายชาติทหารที่ปากบอกว่ารักชาตินักหนา จะไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ หากนักกีฬาของเรา ซึ่งฝึกฝนฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการจนได้ไปแข่งและต่อสู้กับคู่แข่งที่มาจากทั่วโลกจนได้รับรางวัล แต่เขากลับไม่สามารถนำธงของประเทศขึ้นสู่ยอดเสาและร้องเพลงชาติของเราอย่างภาคภูมิใจได้ ความภูมิใจนี้คือสิ่งที่นักกีฬาสมควรได้รับเกียรติอย่างที่ควรเป็นในฐานะตัวแทนของชาติและดีใจไปด้วยกันไม่ใช่หรือ”


“WADA ได้ออกหนังสือส่งเตือนประเทศไทยมาตั้งแต่ปลายปี 2563 แต่ท่านกลับนิ่งนอนใจ หากเป็นเรื่องติดขัดในข้อกฎหมายก็ยิ่งต้องเร่งรีบ เชื่อว่าสภาพร้อมผ่านให้แน่นอน คงจะมาอ้างว่าต้องใช้เวลาไม่ได้ เพราะการตัดสิทธิ์หรือการแบนไม่ใช่การทำแบบปุบปับข้ามวัน ในโอลิมปิกที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นบทเรียนความเข้มงวดในเรื่องนี้จนบางประเทศใช้ธงชาติของตัวเองไม่ได้มาแล้ว จึงยิ่งไม่ควรนิ่งนอนใจหรือละเลยคำเตือน ซึ่งมีแต่จะทำให้การแก้ปัญหายากขึ้น”


“มตินี้ไม่ใช่การลงโทษนักกีฬา แต่คือภาพสะท้อนการบริหารจัดการของประเทศนั้นๆ นักกีฬาไทยจึงยังสามารถเข้าร่วมแข่งขันทุกมหกรรมได้ตามปกติ แต่นัยก็คือการไม่สามารถใช้ ‘ธงและเพลงชาติ’ ได้ เป็นเรื่องสำคัญต่อภาพลักษณ์ของไทยในสายตานานาประเทศ และสำคัญอย่างยิ่งต่อศักดิ์ศรีคนกีฬา นอกจานี้ การไม่สามารถเป็นเจ้าภาพในการจัดกีฬาระดับนานาชาติได้ ยังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของวงการกีฬาและตัดโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศอีกช่องทางที่สามารถใช้มหกรรมต่างๆ ในการเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขัน เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ จึงขอย้ำอีกครั้งให้ พล.อ.ประวิตร รีบตระหนักและใส่ใจเพื่อจัดการแก้ไขปัญหานี้ให้ลุล่วงไปโดยเร็ว”


จากวันนั้นถึงวันนี้ ในที่สุด สิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นก็ได้เกิดขึ้น จากนี้ไปจะมีการแข่งขันกีฬารายการใหญ่อีกหลายรายการรออยู่ โดยที่นักกีฬาไทยจำนวนมากที่เข้าสู่การแข่งขัน ไม่ว่าเพื่อเกียรติภูมิของเขาและประเทศชาติจะไม่ได้สวมเครื่องแบบภายใต้สัญลักษณ์ทีมชาติไทย


คำถามก็คือ กลุ่มคนที่บอกว่ารักชาติกว่าคนอื่น และพูดกรอกหูคนในชาติทุกวี่วันนั้น ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเสียงเพลงชาติและธงชาติที่หายไปเพราะความไม่รู้ร้อนรู้หนาวของตัวเองบ้างเลยหรือ คงต้องบอกว่ารัฐบาลนี้ล้มเหลวในทุกด้าน แม้กระทั่งด้านที่ตัวเองเชิดชูและอวดอ้างกับคนอื่นจริงๆ

 

(ที่มา: https://www.moveforwardparty.org/article/9934/)

ก้าวไกลจวก "บิ๊กป้อม" ไม่ใส่ใจ ทำไร้ธงชาติไทยหลัง"บาส-ปอป้อ"ซิวแชมป์โลก
ทั้งนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คาดว่า การแก้ไขปัญหา "วาด้าแบนไทย" ต่อกรณีไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดการใช้สารต้องห้าม จะเสร็จสิ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งเมื่อแก้ไข้เสร็จก็จะรีบแจ้งไปยัง วาด้า ทันที และคาดว่าทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเดือนพฤษภาคม 2565