ประเทศไทย ต้องไม่ปฏิเสธ "การมีแนวนโยบายที่ดี แนวปฏิบัติที่ดี การปกป้องคุ้มครอง การไม่คุกคามในชีวิต การไม่กระทำซ้ำขูดรีดทางนโยบาย การออกระเบียบ คำสั่งที่ขัดต่อกฎหมาย และสิทธิมนุษยชน เมื่อมีการให้แรงงานข้ามชาติทำงานและพักอาศัยในประเทศไทย
เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ต้องไม่เอารัดเอาเปรียบกดขี่ ขูดรีด รีดไถ เรียกรับส่วย ต่างๆ นานา จากความไม่รู้กฎหมาย จากความไม่เท่าทัน จาก "ความกลัว" ของแรงงานข้ามชาติ
และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นายจ้าง ผู้ประกอบการในรูปแบบต่าง ๆ ต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาต่าง ๆ ที่ รัฐบาลให้สัตยาบัน ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นายจ้างหรือผู้ประกอบการต้องไม่ละเมิดสิทธิในชีวิต ร่างกาย การกดขี่ขูดรีดแรงงาน การทำให้เป็นรายงานบังคับ แรงงานทาส ค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรง
LPN และเครือข่ายความร่วมมือ แนวร่วมต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ยังคงมั่นส่งเสริมคุณภาพชีวิต คุ้มครองสิทธิ ความเสมอภาค การพึ่งตนเอง และสรรค์สร้างการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ
และปรารถนาใน 10 ปีข้างหน้าว่า “ประชากรอาเซียน แรงงานข้ามชาติ ต้องได้รับยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีจากนโยบายสังคมและสวัสดิการที่ดีที่เกิดจากทุกคนมีส่วนร่วมผลักดันและตัดสินใจร่วมกันของประเทศที่เป็นสมาชิกอาเซียน เราจะยืนหยัดไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง จะมุงมั่นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดความยั่งยืนในทุก ๆ มิติ และเกิดความเหลื่อมล้ำให้น้อยที่สุด นี้คือฝันที่ผมอยากเห็นใน 10 ปีข้างหน้า”
เชื่อมั่นว่า มือเราที่ลงมือทำสิ่งดีๆ จะเปลี่ยนแปลงได้
เชื่อมั่นว่าทุกภาคี ความร่วมมือภาครัฐ องค์กรภาคธุรกิจ องค์กรภาคประชาสังคมและเครือข่ายทางสังคมที่น้องแรงงานได้มาร่วมมือกัน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีได้
คุณภาพชีวิตพี่น้องแรงงานดี ผลประกอบการดี เศรษฐกิจของประเทศไทยไปต่อได้ และสมควรได้รับการชื่นชมหากมีการ "บริหารจัดการแรงงานข้ามชาติได้ดีในประเทศไทย" และรัฐบาลไทยฟังเสียงพวกเรานำไปปรับเปลี่ยนนโยบายให้เกิดผลดีและยั่งยืนได้