ประเทศไทยพยายามผลักดัน Smart City ให้เกิดขึ้นจริงตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 12 และนโยบาย Thailand 4.0
องค์ประกอบในการพัฒนา Smart City ครบทั้ง 7 ด้าน ตามหลักที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ได้กำหนดไว้
โดยการบริหารเมืองแบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเมือง
1. Smart Environment คือต้องมีสิ่งแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
2. Smart Economy คือต้องทำให้ประชาชนมีรายได้ที่ดี โดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการประกอบอาชีพในการทำธุรกิจ
3. Smart Mobility คือการเดินทางการขนส่งของพี่น้องประชาชนโลจิสติกส์ต่างๆ ในเมืองต้องสะดวกและปลอดภัย
4. Smart Governance คือการบริหารจัดการเมือง การบริหารของหน่วยงานภาครัฐในเมืองต้องโปร่งใสเป็นธรรม และประชาชนต้องมีส่วนร่วม
5. Smart Living ประชาชนต้องเข้าถึงบริการทางการแพทย์ มีการลดปัญหาอาชญากรรม มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนดียิ่งขึ้น
6. Smart People ประชาชนที่อยู่ในเมืองต้องได้รับการพัฒนาอาชีพ ต้องมีการให้ความรู้ เสริมทักษะต่างๆ เพื่อให้มีกำลังคนที่พร้อมในการพัฒนาเมืองต่อไปในอนาคต
7. Smart Energy เรื่องของพลังงาน เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเมือง โดยพลังงานทดแทนต้องถูกนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาเมืองนั้นให้ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันมี เมืองที่มุ่งมั่นในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะไปแล้วกว่า 50 เมือง ใน 29 จังหวัด โดยมีรูปแบบที่หลากหลาย คือมีทั้งเมืองใหญ่ เมืองเล็ก เมืองเก่า เมืองใหม่ และเมืองขนาดที่เป็นพื้นที่เฉพาะ ระดับเทศบาล ระดับตำบล จนถึงระดับจังหวัด
"ตอนนี้กำลังเสนอแผนเพื่อรอประกาศเป็นเมืองอัจฉริยะอีก 36 พื้นที่ 23 จังหวัด
เพื่อส่งเสริมการขับเครื่องเมืองอัจฉริยะ รัฐบาลมีมาตรการและแนวทางในการกระตุ้นการลงทุน ให้ผู้ประกอบการทั้งในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการประยุกต์
ใช้งานในเมืองอัจฉริยะ การพัฒนาบุคลากร และกำลังคน ตลอดจนให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
เป็นโอกาสของผู้ประกอบการและโอกาสของภาครัฐในการเปลี่ยนแปลงเมือง และประชากรเมืองไปสู่เมืองอัจฉริยะอย่างแท้จริงในอนาคต ซึ่งขณะนี้ก็มีหลายพื้นที่ที่พัฒนาไปแล้ว ทั้งในเมืองหลวง และเมืองในต่างจังหวัดใหญ่ๆ เช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ตหรือเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ eec
ตัวอย่างในเมืองหลวงที่เห็นได้ชัดคือ สามย่าน ซิตี้ ซึ่งเป็นการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมการใช้ประโยชน์สูงสุด ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ประหยัดพลังงาน เรื่อง Smart Living
การอยู่อาศัย ระบบการขนส่ง การเดินทาง ในอนาคตของประเทศไทยจะทำให้เกิดขึ้นมากที่สุดในทุกๆ พื้นที่ต่อไป
ทั้งหมดนี้เป็นนโยบายและการขับเคลื่อนของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนเมืองประเทศเราไปสู่ Smart City ซึ่งไม่เพียงมุ่งหวังที่จะพัฒนาเมือง แต่เราต้องการสร้างความยั่งยืนด้านความเป็นอยู่ให้กับพี่น้องประชาชนให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีพลังงานสะอาด
ที่ดีที่สุด พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดีสะดวกสบาย ซึ่งคนไทยทุกคนจะรับรู้ได้แน่นอนครับในอนาคตอันใกล้นี้"
ภายในงานสัมมนา THAILAND Move On : Reshaping to Smart City ประกอบด้วยหลากหลายหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ
เมืองอัจฉริยะตอบโจทย์วิถีใหม่
แพลตฟอร์มเมืองอัจฉริยะเพื่อการศึกษา
ออกแบบเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิต
ยุทธศาสตร์โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะนครหลวง
Road Map นวัตกรรมมุ่งสู่เมืองอัจฉริยะ
Network โทรคมนาคมเมืองอัจฉริยะ
ฯลฯ
จัดระหว่างวันที่ 15 - 17 ธันวาคมนี้
เวลา 13.00 - 16.30 น.
สามารพลงทะเบียนรับชมผ่านระบบ ZOOM คลิกที่นี่ https://nregister.nationgroup.com/NTRSCL/register.php