การเดินหน้าฉีดวัคซีนป้องกัน โควิด-19 ในช่วงแรก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระดมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับบุคลากรด่านหน้า อาทิ แพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ กระทั่งวันที่ 7 มิ.ย. 2564 กระทรวงสาธารณะสุข ได้เริ่มปูพรมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มแรกให้กับประชาชนทั่วประเทศ เป้าหมายฉีดให้ครบ 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปี 2564
การระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชนสอดคล้องกันการเร่งป้องกันการระบาดโควิด-19 ระลอกสาม ที่มีจุดเริ่มต้น “คลัสเตอร์สถานบันเทิง” ที่สร้างความโกลาหลปั่นป่วนอย่างหนัก มีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูงถึง 22,000 คนในเดือนสิงหาคม
ทั้งนี้จากจาก ระบบหมอพร้อม ข้อมูลถึง14 ธ.ค. 64 ประเทศไทยสามารถฉีดวัคซีน แบ่งรายละเอียดได้ดังนี้
- ฉีดวัคซีนสะสม 97,893,176 โดส
- เข็มแรก 50,012,231 ราย
- เข็มที่สอง 43,572,451 ราย
- เข็มที่สาม 4,266,735 ราย
- เข็มที่สี่ 41,759 ราย
โควิด-19 ระลอกสาม ล็อกดาวน์ ครั้งใหญ่ของประเทศ
การแพร่ระบาดระลอกสาม ช่วงเดือนมี.ค. 64 เป็น “คลัสเตอร์สถานบันเทิง” โควิด-19 กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วประเทศ โดยเป็นโควิด-19 กลายพันธุ์ “อัลฟา” ตรวจพบครั้งแรกสหราชอาณาจักร ในเวลาต่อมาถูกโจมตีซ้ำด้วย โควิด-19 กลายพันธุ์ “เดลตา” ที่พบครั้งแรกในประเทศอินเดีย ซึ่ง เดลตา มีความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อังกฤษ 1.7 เท่า
การแพร่ระบาดของ โควิด-19 กลายพันธุ์ ส่งผลให้ เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 64 ส่งยอดผู้ติดเชื้อสูงสุดของประเทศ 23,418 ราย เสียชีวิต 184 คน ขณะที่วันที่ 18 สิงหาคม 2564 มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 312 คน ผู้ติดเชื้อ 20,515 ราย
การระบาดระลอกสาม ศบค. เริ่มสั่งปิดสถานบันเทิงยาว สถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ แต่การแพร่ระบาดยังคงไม่ลดลง ในการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ วันที่ 29 เม.ย. 64 มีมติ “ล็อกดาวน์” คุมเข้ม พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, เชียงใหม่ และชลบุรี ขอความร่วมมืองดเดินทางออกนอกพื้นที่ มีผลวันที่ 1 พ.ค. 64
พร้อมกำหนดมาตรการ ดังนี้
- ต้องสวมหน้ากากเมื่อออกนอกเคหสถาน,
- ห้ามกิจกรรมที่มีการรวมตัวมากกว่า 20 คน
- งดรับประทานอาหารในร้าน ซื้อกลับบ้านได้ไม่เกิน 21.00 น.
- ร้านสะดวกซื้อ เปิดเวลา 04.00 - 23.00 น.
- ปิดสถานบันเทิง
- ห้างสรรพสินค้า เปิดไม่เกิน 21.00 น. (จำกัดจำนวนคน งดส่งเสริมการขาย สถานศึกษาห้ามใช้อาคารสถานที่จัดการเรียนการสอน)
- ปิดสถานที่เสี่ยง ยกเว้นกีฬากลางแจ้งไม่เกิน 21.00 น. แข่งขันโดยไม่มีผู้ชม
- ขอความร่วมมืองดเดินทางออกนอกพื้นที่
ต่อมา เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 64 ศบค. มีมติปรับมาตรการเข้มข้นและผ่อนคลายกิจการกิจกรรมบางส่วน พร้อมปรับการควบคุมโควิด-19แนวใหม่ ที่สมดุลกับการดำเนินชีวิตที่ปลอดภัยจากโควิด-19 ซึ่งสอดคล้องกับ นโยบายการเตรียมเปิดประเทศของรัฐบาล ในวันที่ 1 พ.ย. 64 โดยคงมาตรการทางสังคม Work From Home และเคอร์ฟิว 21.00-04.00 น. ใน 29 จังหวัดสีแดงเข้มต่อไปอีก 14 วัน
หลังการเปิดประเทศ ศบค. ประเมินสถานการณ์ มีการผ่อนคลายเพิ่มขึ้น แต่จากการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เมื่อ 12 พ.ย. 64 ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ มีมติ ไม่คลายล็อกดาวน์ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ โดยมีมติให้เลื่อนเปิดจากกำหนดเดิม 1 ธ.ค. 64 ไปเป็น 16 ม.ค. 65 ด้วยเหตุผลเป็นกิจการที่มีความเสี่ยงสูง
โควิดกลายพันธุ์ "โอมิครอน" เขย่าขวัญใกล้สิ้นปี
ในช่วงปลายปี 2564 หลังโควิดสายพันธุ์เดลตาเริ่มคลี่คลาย สายพันธุ์อื่นไม่ว่าจะเป็น เดลตาพลัส แลมดา สายพันธุ์มิว ดูจะไม่อันตรายมาก แต่ WHO ได้ออกมาประกาศ การตรวจพบ โควิด-19 สายพันธุ์ B.1.1.529 ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา เป็นสายพันธุ์ใหม่มาแรง คาดว่าอาจสร้างความรุนแรงชนิดคาดไม่ถึง หลายประเทศปิดพรมแดนทันทีเพื่อสกัดการระบาด
WHO ประกาศตั้งชื่อสายพันธุ์ B.1.1.529 เป็นตัวอักษรกรีก ว่า “โอมิครอน” (Omicrom) ถือเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีการกลายมากกว่า สายพันธุ์เดลตา ถึง 2 เท่า โดยเฉพาะบริเวณหนาม (Spike) ที่มากกว่า 30 ตำแหน่ง จนกังวลว่าจะดื้อต่อภูมิคุ้มกัน และพบการระบาดในหลายจังหวัดของแอฟริกาใต้ มีแนวโน้มที่จะแทนที่สายพันธุ์เดลตาที่ระบาดอยู่ก่อนหน้า
ทันทีที่การแพร่ระบาดของ โอมิครอน เริ่มขยายวงกว้าง สหรัฐอเมริกา และ สหราชอาณาจักร ได้ประกาศปรับคำแนะนำการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นใหม่เร็วขึ้น !!
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) สหรัฐอเมริกา แนะนำให้ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปควรเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นด้วยวัคซีน Pfizer หรือ Moderna ซึ่งเป็นวัคซีน mRNAโดยเว้นระยะห่างจากเข็มที่ 2 อย่างน้อย 6 เดือน
ขณะที่ คณะกรรมการร่วมด้านการให้วัคซีนและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค (JVCI) สหราชอาณาจักร แนะนำให้เลื่อนการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นมาเป็นภายใน 3 เดือนหลังได้รับเข็มที่ 2 ซึ่งคาดว่าเพราะสูตรวัคซีน AstraZeneca 2 เข็ม มีประสิทธิผลลดลงเร็วกว่าวัคซีน Pfizer 2 เข็ม และขยายกลุ่มอายุที่ควรได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นลงมาถึงกลุ่มอายุ 18-39 ปี เป็น 18 ปีขึ้นไปเหมือนสหรัฐอเมริกา
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่มนุษย์ พยายามทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะ โควิด-19 ไม่ว่าคิดค้นยารักษา หรือวัคซีนป้องกัน แต่ โควิด-19 ยังคงอยู่ เกิดกลายพันธุ์ พบการแพร่ระบาดเปลี่ยนไปตลอดเวลา ปรับตัวเพื่ออยู่รอด
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่เราต้องตระหนักในมากที่สุดคือ การป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยการ ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ รักษาระยะห่าง และฉีดวัคซีน จนกว่า โควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น เหมือนไข้หวัดในปัจจุบัน