ไครียะห์ ระหมันยะ เด็กสาวที่เติบโตมากับทะเล เดินทางมาหน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อทวงถามคำสัญญาจากลุงตู่ นายกรัฐมนตรี เรื่องการยกเลิกสร้างนิคมอุตสาหกรรมในที่ทำกินของชาวบ้าน ที่เป็นคำสัญญาเลื่อนลอยในอากาศ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ไครียะห์ ระหมันยะ  ‘ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ’ เดินทางมาทำเนียบรัฐบาลทวงถามความคืบหน้ากรณีเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกโครงการเมืองต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมจะนะ และได้เปิดอ่านจดหมายที่เขียนส่งถึงลุงตู่ นายกรัฐมนตรี โดยมีใจความว่า

ลูกสาวแห่งทะเล"จะนะ" ทวงถามสัญญาลุงตู่

“ สวัสดีค่ะลุงตู่ หนูชื่อไครียะห์ ระหมันยะ บ้านอยู่สวนกง อ.จะนะ จ.สงขลา บ้านอยู่ติดริมทะเล จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าชีวิตของหนูกับทะเลมีความสัมพันธ์กันอย่างไร หนูรู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้งเมื่อมีใครเรียกหนูว่า ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ ลุงคงไม่รู้จักหนูและคงไม่รู้ว่าหนูเป็นลูกหลานชาวประมงพื้นบ้าน พวกเราอยู่กันได้เพราะมีฐานทรัพยากรที่มีความอุดมสมบูรณ์

เราจับปลาได้ด้วยเครื่องมือประมงที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเลือกจับเฉพาะสัตว์น้ำที่โตได้ขนาด โดยใช้ภูมิปัญญาแบบถิ่น สัตว์น้ำที่จับได้ล้วนเป็นสัตว์ที่ต้องการตามตลาดที่ผู้บริโภคเท่านั้น ทั้งในจังหวัดสงขลาและยังส่งไปขายถึงต่างประเทศ รายได้หลักที่ทำให้พวกเราอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ก็คือทะเล ทะเลจะนะจึงเป็นสิ่งที่มีค่าที่พระผู้เป็นเจ้าได้ประทานมาให้ที่พวกเราไม่เคยคิดที่จะเนรคุณ

 

หนูอยากบอกลุงว่าอำเภอจะนะบ้านหนูมีฐานทรัพยากรที่หลากหลายที่ไม่ใช่แค่ทะเลเท่านั้น ถัดจากฝั่งออกไปเป็นพื้นดิน แผ่นดินที่พวกเราสามารถเพาะปลูกพืชพันธุ์ได้หลายชนิด ทั้งแตงโมจะนะ นาข้าวพันธุ์พื้นถิ่น และมีสวนผลไม้อื่นๆ ตามฤดูกาล นอกจากนั้นแล้วอำเภอจะนะยังขึ้นชื่อหล่งเพาะเลี้ยงนกเขาชวาเสียงและเป็นที่ยอมรับของประเทศเพื่อนบ้านแถบนี้ ทั้งยังเป็นอำเภอที่มีการทำกรงนกเขาส่งออกไปทั่วประเทศ สร้างรายได้ให้กับคนจะนะเป็นกอบเป็นกำ 

ลูกสาวแห่งทะเล"จะนะ" ทวงถามสัญญาลุงตู่

หนูภาคภูมิใจที่มีชีวิตอยู่ในที่แห่งนี้ ชายฝั่งทะเลจะนะซึ่งมีหาดทรายที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดในประเทศนี้ มีแหล่งเพาะปลูกมีฐานทรัพยากรที่เกื้อหนุนพวกเรามาอย่างไม่หมดสิ้น และที่สำคัญพวกเราอยู่ได้ในสภาพอากาศที่บริสุทธิ์ปลอดภัย

 

ลุงจำได้ไหมเมื่อปีที่แล้ว ญาติพี่น้องของหนูอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้เพื่อบอกกับลุงว่า บริษัทเอกชนใหญ่แห่งหนึ่งกำลังเข้ามาสร้างนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องใช้พื้นที่กว่า 1,600 กว่าไร่ ตรงบ้าน ตรงที่ทำกิน และที่เพาะปลูกของพวกหนูทั้ง 3 ตำบล จะถูกแทนที่ด้วยโรงงานนิคอุตสาหกรรมจำนวนมาก บริษัทเอกชนแห่งนั้นบอกว่าจะนำความเจริญมาให้และอ้างว่าจะทำให้พวกเราทุกคนมีงานทำ มีอนาคต และมีรายได้จากนิคมอุตสาหกรรม ที่เข้ามาเป็นเจ้าของ พวกเราไม่เคยเชื่อเลยว่านั่นคืออนาคตของพวกเรา 

 

หากแต่จะเป็นอนาคตของพวกเขามากกว่า เราจึงอยากบอกลุงในครั้งนั้นว่า เราไม่ต้องการการพัฒนาแบบนั้น ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องการการพัฒนา แต่การพัฒนานั้นจะต้องสอดคล้องกับฐานทรัพยากรที่เรามีอยู่ในพื้นที่ ในวันนั้นลุงรับปากว่าจะดูแลเรื่องนี้พร้อมกับจะส่งคนมาตรวจสอบ จนถึงวันนี้กำลังจะครบ 1 ปีแล้ว คำสัญญาของลุงเลื่อนลอยกลางสายลม บริษัทยังเดินหน้าโครงการไม่หยุด หนูจึงมาทวงสัญญาเรื่องนี้ต่อลุงอีกครั้ง

ลูกสาวแห่งทะเล"จะนะ" ทวงถามสัญญาลุงตู่

และยังยืนยันคำเดิมว่านิคมอุตสาหกรรม ไม่ใช่อนาคตของพวกหนู แต่มันกำลังจะทำให้ชีวิตของพวกเราล่มสลายในอนาคตอันใกล้นี้มากกว่า เพราะสุดท้ายแล้วพวกหนูก็เชื่อว่า พวกหนูคือเหยื่อของการพัฒนาที่ต้องเสียสละบ้าง หนูขอประกาศว่า วันที่ 29 พ.ย. หนูจะมานั่งฟังรอคำตอบทุกวัน ในเวลาเลิกงานช่วง 14.00 น. จนกว่าจะได้รับคำตอบจากลุง และข้อเรียกร้องที่เราเคยเสนอไปเมื่อปีที่แล้ว “