ขณะที่หลายประเทศพยายามเกลี้ยกล่อมให้พลเมืองในประเทศไปฉีดวัคซีน สิงคโปร์ได้ใช้หนึ่งในยุทธศาสตร์ที่ "กร้าว" ที่สุด คือการให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเองแบบเต็มจำนวน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลสิงโปร์ได้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เกือบทุกคน ภายใต้นโยบาย "ยุคแห่งการระบาดใหญ่" เพื่อไม่ให้ประชาชนที่วิตกเรื่องการระบาดอยู่แล้วต้องแบกรับภาระเพิ่ม แต่เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ ให้ประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 โดยที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาเองทั้งหมด 

 

สิงคโปร์เข้ม ไม่ฉีดวีคซีนจ่ายค่ารักษาเอง

สิงคโปร์เป็นหนึ่งในหลายประเทศที่ออกมาตรการเพื่อโน้มน้าวให้พลเมืองเข้ารับการฉีดวัคซีน รัฐบาลยุโรปบางประเทศกำหนดข้อจำกัดต่าง ๆ สำหรับผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนตามร้านอาหารและสำนักงาน เช่น ออสตรียจะบังคับให้ผู้ใหญ่ทุกคนฉีดวัคซีน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป โดยเฉพาะในกรุงเวียนนา ถ้าใครไม่มีบัตรนัดฉีดวัคซีนจะถูกปรับ 4,050 ดอลลาร์ กรีซบังคับฉีดวัคซีนผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เริ่มกลางเดือนมกราคม คนที่ไม่ได้ฉีดโดสแรกหรือไม่มีบัตรนัดฉีดมาแสดงจะถูกปรับ ส่วนเยอรมนี นักการเมืองกำลังถกเถียงกันในเรื่องการบังคับใช้นโยบายแบบเดียวกัน 

 

สิงคโปร์เข้ม ไม่ฉีดวีคซีนจ่ายค่ารักษาเอง

เมื่อเดือนพฤศจิกายน กระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ ได้กำหนดให้ทุกบริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป มีพนักงานที่ฉีดวัคซีนแล้ว หรือมีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นลบอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ทำงาน แต่เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการโต้แย้งกันในศาล 

 

สิงคโปร์เข้ม ไม่ฉีดวีคซีนจ่ายค่ารักษาเอง

 

และสำหรับสิงคโปร์ได้ยืนหนึ่งในฐานะประเทศที่มีอัตราผู้ฉีดวัคซีนสูงที่สุดในโลก คือ 96% ซึ่งประกอบด้วยหลายกลุ่ม รวมทั้งเด็กเล็กที่ฉีดครบ 2 โดส ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากมาตรการเข้ม ที่รวมทั้งห้ามคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข้าร่วมกิจกรรมทุกชนิด ห้ามเข้าห้างสรรพสินค้าหรือรับประทานอาหารในศูนย์อาหาร