2 พระนักพัฒนาตัวอย่าง ยึดหลัก "บวร" ขานรับนโยบายรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ชวนจิตอาสาเฉพาะกิจ ตั้งศูนย์การเรียนรู้การผลิตปุ๋ยหมักจากผักตบชวาแบบไม่กลับกอง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model)

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา พระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม และพระพิพัฒน์วชิโรภาส ผู้อำนวยการศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ป่าดงใหญ่วังอ้อ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย สองพระนักพัฒนาที่เสียสละและร่วมขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนมาโดยตลอดตามหลัก "บวร" หรือ บ้าน วัด โรงเรียน ราชการ ได้เมตตาและมอบองค์ความรู้ให้ นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน จิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน จิตอาสาเฉพาะกิจ และประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี

2 พระนักพัฒนา ยึดหลัก"บวร ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ 2 พระนักพัฒนา ยึดหลัก"บวร ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่

บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวาแบบไม่กลับกองขับเคลื่อนตามแนวทางพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ: Sufficiency Economy Development Zones) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) ณ วัดป่าศรีแสงธรรม บ้านดงดิบ หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยยาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี 

 

2 พระนักพัฒนา ยึดหลัก"บวร ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่

กิจกรรมจิตอาสาเฉพาะกิจ ตั้งศูนย์การเรียนรู้การผลิตปุ๋ยหมักจากผักตบชวาแบบไม่กลับกอง มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานแนวทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) ถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงอุทิศพระองค์ บำเพ็ญพระราชกรณียกิจ โดยมีพระราชดำริในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด โครงการ "โคก หนอง นา โมเดล" ตามศาสตร์ของพระราชา เพื่อทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

2 พระนักพัฒนา ยึดหลัก"บวร ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่

2 พระนักพัฒนา ยึดหลัก"บวร ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่

จังหวัดอุบลราชธานี จึงได้ประสานความร่วมกับส่วนราชการ ภาคเอกชน จิตอาสา และประชาชน ขับเคลื่อนกิจกรรมตามแนวทางพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) โดยการนำผักตบชวา ซึ่งเป็นวัชพืชที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อโดนกระแสน้ำจะไหลขาดออกจากกัน กระจายตัวออกเป็นส่วนย่อยๆ และเพิ่มปริมาณจนหนาแน่นอย่างรวดเร็ว กีดขวางทางไหลของน้ำ ทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน

 

พร้อมกันนี้ ได้นำวัชพืชและผักตบชวา มาทำปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกอง เพื่อนำไปใช้ในการเกษตร ส่งผลให้สิ่งแวดล้อมในคลองและลำน้ำดีขึ้น และผลักดันให้เกิดเป็นศูนย์เรียนรู้ในการจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา ตลอดจนพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนและขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆ ต่อไป

 

สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้น ทางด้าน นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้อำนวยการจิตอาสาจังหวัดอุบลราชธานี ได้นำจิตอาสาชาวจังหวัดอุบลราชธานี จัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีทำปุ๋ยหมักผักตบชวาไม่พลิกกลับกองพระราชทาน ณ วัดป่าศรีแสงธรรม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นการทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกองสูตรวิศวกรรมแม่โจ้ โดยได้รับพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดทำปุ๋ยหมัก เพื่อใช้ปรับปรุงดินในโครงการพระราชทานโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง (วัดป่าศรีแสงธรรม) และเป็นแหล่งเรียนรู้การทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา

 

ให้พี่น้องประชาชน ได้รู้จักการพึ่งพาตนเอง ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งผักตบชวาที่เป็นวัตถุดิบมีจำนวนมากตามลำน้ำ ลำคลอง โดยได้ร่วมกันขุดลอกผักตบชวาจากลำห้วยกุดปลาขาว อำเภอวารินชำราบ ที่มีผักตบชวาลอยมากับแม่น้ำมูลจำนวนมาก มาติดในลำห้วยและขยายพันธุ์ไปอย่างรวดเร็ว ทางวัดป่าศรีแสงธรรม จึงได้ประสานขอผักตบชวาที่รื้อขึ้นมาจำนวน 6 รถพ่วง ประมาณ 240 ตัน มาไว้ที่วัดโดยมี นายสมชัย บูรณะ นายอำเภอวารินชำราบ และนายสมศักดิ์ บุญประชุม ประธานชมรมคนรักน้ำยืน ร่วมดำเนินการขนย้าย

2 พระนักพัฒนา ยึดหลัก"บวร ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ 2 พระนักพัฒนา ยึดหลัก"บวร ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่

โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก พลตรีกัลย์สรรค์ จันทรเสน รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ได้มาร่วมกิจกรรมและตรวจเยี่ยมแปลงพระราชทานโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง (วัดป่าศรีแสงธรรม) เพื่อติดตามผลความก้าวหน้าการดำเนินงานพัฒนาชุมชน  ของโครงการพระราชทาน โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง หรือโคกอีโด่ยวัลเล่ย์ แห่งนี้

 

ซึ่งนอกจากจะได้รับพระราชทานสนับสนุนการทำปุ๋ยหมักแล้ว ยังได้มอบเจลล้างมือพระราชทาน จำนวน 2,000 หลอด เพื่อแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้นต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนทุกระดับทุกพื้นที่ของประเทศให้อยู่ดีกินดียิ่งขึ้น

 

จังหวัดอุบลราชธานี ยังได้ทำการปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่บริเวณลานข้างศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ฝั่งทิศตะวันตก เพื่อใช้เป็นพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้การผลิตปุ๋ยหมักจากผักตบชวาไม่กลับกอง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) ซึ่งถือเป็นแห่งที่ 2 ของจังหวัดอุบลราชธานี  ต่อจากวัดป่าศรีแสงธรรม อำเภอโขงเจียม ซึ่งการสร้างศูนย์การเรียนรู้การผลิตปุ๋ยหมักจากผักตบชวาไม่กลับกองในพื้นที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี

2 พระนักพัฒนา ยึดหลัก"บวร ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่

ในครั้งนี้ คาดหวังว่าจะเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลเเละถ่ายทอดองค์ความรู้การทำปุ๋ยหมักผักตบชวาสู่พื้นที่อำเภอ ตำบล ที่มีผักตบชวา และขยายผลสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) ของจังหวัดอุบลราชธานีต่อไป

2 พระนักพัฒนา ยึดหลัก"บวร ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่

2 พระนักพัฒนา ยึดหลัก"บวร ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่

ทั้งนี้ จังหวัดอุบลราชธานี ได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมอาสาพัฒนาเฉพาะกิจ ตั้งศูนย์การเรียนรู้การผลิตปุ๋ยหมักจากผักตบชวาไม่กลับกอง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) ในวันที่ 1 ธันวาคม 2564 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณลานข้างศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ฝั่งทิศตะวันตก