ศบค.เป็นห่วงสถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลก ชี้ กระทบไทย พบสหรัฐฯติดเชื้อสูงสุด ในขณะที่เข้ามาเที่ยวไทยเป็นอันดับ 1 ดัน พร้อมเป้าฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสจบ 5 ธ.ค.

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

1 ธันวาคม 2564 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ประจำวันที่ 1 ธันวาคม ว่า ประชุม EOC กระทรวงสาธารณสุข และการประชุมศปก.ศบค. ซึ่งมีการพูดคุยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก เพราะมีผลต่อประเทศไทย พบว่ามีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในวันเดียวกว่า 5 แสนคน เสียชีวิต 5.2 ล้านคน

ศบค.เป็นห่วงสถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลก ชี้ กระทบไทย

โดยผู้ป่วย จำนวน 20 อันดับแรกทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 106,876 ราย เยอรมนี 55,880 ราย ฝรั่งเศส 47,177 ราย สหราชอาณาจักร 39,716 ราย รัสเซีย 32,648 ราย ตุรกี 25,216 ราย เนเธอร์แลนด์ 22,154 ราย โปแลนด์ 19,074 ราย เช็ก 17,599 ราย เบลเยียม 14,907 ราย เวียดนาม 13,972 ราย อิตาลี 12,746 ราย ยูเครน 10,554 ราย สเปน 10,261 ราย บราซิล 9,710 ราย อินเดีย 8,954 ราย ออสเตรีย 8,186 ราย กรีซ 7,486 ราย สโลวาเกีย 7,069 ราย และฮังการี 6,390 ราย

 

สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศพบผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ 4,886 ราย ติดเชื้อในประเทศ 4,715 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 6 ราย จากเรือนจำที่ต้องขัง 165 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,091,895 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,120,758 ราย หายป่วยแล้ว 6,326 ราย หายป่วยสะสม 1,998,328 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 43 ราย เสียชีวิตสะสม 20,720 ราย คิดเป็น 0.99% ผู้ป่วยรักษาอยู่ 74,190 ราย ในโรงพยาบาล 35,859 ราย โรงพยาบาลสนามและอื่นๆ 38,331 ราย อาการหนัก 1,351 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 340 ราย

ศบค.เป็นห่วงสถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลก ชี้ กระทบไทย

มีผู้ฉีดวัคซีนแล้ว 93,231,463 โดส เข็มที่หนึ่งเพิ่มขึ้น 233,654 ราย สะสมรวม 48,307,704 ราย เข็มที่สองเพิ่มขึ้น 274,665 ราย สะสมรวม 41,485,442 ราย เข็มที่สามเพิ่มขึ้น 64,754 ราย สะสมรวม 3,438,317 ราย

ศบค.เป็นห่วงสถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลก ชี้ กระทบไทย

ส่วนความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน 100 ล้านโดส ข้อมูลล่าสุด 30 พฤศจิกายน มีผลลัพธ์ใกล้เคียงกับที่ตั้งเป้าไว้ อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดตามเป้าหมาย ของ “สัปดาห์ของการฉีดวัคซีน” ระวห่างวันที่ 27 พ.ย.- 5 ธ.ค. ในที่ประชุมของกระทรวงสาธารณะสุข ได้เสนอรายงานตัวเลขการฉีดวัคซีนสะสม 39,536,449 โดส ซึ่งอยากจะเน้นที่เข็มที่หนึ่ง ที่จะครบ 100 ล้านโดส อีกเพียง 6.4 ล้านโดส

 

หากพูดถึงความครอบคลุมของประชาชนได้มีการนำเสนอมา 2 ตัวเลข คือ ประชากรตามทะเบียนราษฎร์และประชากรแฝง 72,034,815 ราย เข็มหนึ่งฉีดครอบคลุมแล้ว 72.22% เข็มสองครอบคลุม 62.03% เข็มที่สามครอบคลุม 5.19% และเข็มที่สี่ฉีดได้ครอบคลุม 0.02% ส่วนอีกกลุ่มคือ ประชากรตามสิทธิ์การรักษาพยาบาล 67,065,339 ราย เข็มหนึ่งฉีดได้ครอบคลุม 67.24% เข็มสองฉีดครอบคลุม 57.75% เข็มสามฉีดครอบคลุม 4.84% เข็มสี่ฉีดครอบคลุม 0.02% 

ศบค.เป็นห่วงสถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลก ชี้ กระทบไทย

ฉะนั้นสัปดาห์ในการรณรงค์จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม จะเพิ่มยอดในการฉีดให้ได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ร้อยละความครอบคลุมการฉีดวัคซีนเข็มที่หนึ่งรายจังหวัดพบว่า แม่ฮ่องสอนฉีดได้ 45.92% ขณะที่ 26 จังหวัดฉีดได้ระหว่าง 50 -59.99%คือ ขอนแก่น นราธิวาส สกลนคร บึงกาฬ ปัตตานี ลพบุรี หนองบัวลำภู นครพนม ราชบุรี ตาก สุพรรณบุรี สมุทรสงครามกาญจนบุรี กาฬสินธุ์ ยโสธร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด สุรินทร์ นครนายก ศรีสะเกษ สตูล สระแก้ว สิงห์บุรี ชัยภูมิ อุบลราชธานี และแพร่

ผู้ป่วยเสียชีวิตรายใหม่ จำนวน 43 ราย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 2 ราย สมุทรปราการ 1 ราย นครราชสีมา กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ บึงกาฬ อำนาจเจริญ อุดรธานี รวม 8 ราย พิษณุโลก เชียงราย เพชรบูรณ์ ชัยนาท ตาก รวม 6 ราย นครศรีธรรมราช สงขลา กระบี่ ตรัง ปัตตานี พัทลุง ยะลา สตูล รวม 15 ราย ลพบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราดปราจีนบุรี ราชบุรี นครศรีอยุธยา ระยอง รวม 11 ราย ทั้งนี้เป็นชาย 25 ราย หญิง 18 ราย ชาวไทย 43 ราย ค่ามัธยฐานของอายุ 76 ปี (5 เดือน-100 ปี ) ค่ามัธยฐานทราบติดเชื้อถึงเสียชีวิต 14 วัน นานสุด 56 วัน อายุ 60 ปีขึ้นไป 34 ราย คิดเป็น 79% อายุน้อยกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 6 ราย คิดเป็น 14% ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 2 ราย คิดเป็น 5% เด็กชายอายุ 5 เดือน 1 ราย คิดเป็น 2% จังหวัดสงขลา เป็นโรคหัวใจแต่กำเนิด

ศบค.เป็นห่วงสถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลก ชี้ กระทบไทย

ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 794 ราย รวมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนถึง 1 ธันวาคม 422,868 ราย สงขลา 270 ราย รวม 61,240 ราย สุราษฎร์ธานี 240 ราย รวม 25,689 ราย นครศรีธรรมราช 204 รายรวม 40,873 ราย ชลบุรี 198 ราย รวม 107,835 ราย เชียงใหม่ 171 ราย รวม 26,370 ราย สมุทรปราการ 40 ราย รวม 128,759 ปัตตานี 119 รวม 45,900 ประจวบคีรีขันธ์ 117 รวม 18,238 รายและชุมพร 100 ราย รวม 15,003 ราย

 

ศบค.เป็นห่วงสถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลก ชี้ กระทบไทย

ทั้งนี้เกิดคลัสเตอร์ขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โรงงาน  สถานประกอบการ คลัสเตอร์ตลาด เช่น ขอนแก่น อุดรธานี ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนพิธีกรรมทางศาสนา มีทั้งงานศพงานบุญต่างๆ คลัสเตอร์แคมป์คนงาน ระยอง สุรินทร์ สระแก้ว ขอนแก่น ส่วนคลัสเตอร์สถานศึกษา ประจวบคีรีขันธ์ สระแก้ว เชียงใหม่ เลย และลงไปถึงระดับอนุบาล ที่อุบลราชธานี

ศบค.เป็นห่วงสถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลก ชี้ กระทบไทย

นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า ส่วนการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1-30 พฤศจิกายน รวม 133,061 คน ติดเชื้อ 171 คนคิดเป็น 0.13% แบ่งเป็นประเภท Test&Go  รวม 16,211 คน ผู้ติดเชื้อ 83( +5 ) คิดเป็น 0.08% Sandbox รวม 21,438 คนผู้ติดเชื้อ 44 คนคิดเป็น 0.21% และ Quarantine รวม 5,412 คน ติดเชื้อ 44 คน คิดเป็น 0.81%  ฉะนั้นจึงมีความคุ้มค่าที่เราจะให้มาตรการนี้คงอยู่ต่อและให้มีผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศนำเม็ดเงินเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยในช่วงของไฮซีซั่นที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ “โอไมครอน” นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศบค. เห็นชอบว่าต้องเข้มมาตรการเหมือนเดิม จากเดิมที่จะมีการผ่อนผันให้ตรวจ โควิด-19 ในรูปแบบของ ATK ซึ่งยังคงใช่มาตรการเดิมคือตรวจแบบ RT-PCR เพื่อควบคุมโรค

ศบค.เป็นห่วงสถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลก ชี้ กระทบไทย

10 อันดับประเทศที่เดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยสูงสุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 14,730 ราย ผู้ติดเชื้อ 21 ราย อัตราการติดเชื้อ 0.14 เยอรมนี 12,099  ราย ติดเชื้อ 13 ราย คิดเป็น 0.11 เนเธอร์แลนด์ 8,478 ราย ผู้ติดเชื้อ 7 ราย คิดเป็น 0.08 สหราชอาณาจักร 6,701 ราย ผู้ติดเชื้อ 21 ราย คิดเป็น 0.31 รัสเซีย 5,307 ราย ผู้ติดเชื้อ 20 ราย คิดเป็น 0.38 ญี่ปุ่น 5,146 ราย ผู้ติดเชื้อ 3 ราย คิดเป็น 0.06 ฝรั่งเศส 5,003 ราย ผู้ติดเชื้อ 7 ราย คิดเป็น 0.15 เกาหลีใต้ 4,741 ราย ผู้ติดเชื้อ 2 ราย คิดเป็น 0.04 ยูเออี 4,338 ผู้ติดเชื้อ 11 รายคิดเป็น 0.25 และอิสราเอล 4,035 ราย ผู้ติดเชื้อสองรายคิดเป็น 0.05