รายงานข้อมูลผู้เดินทางจากประเทศแถบแอฟริกาใต้เข้าประเทศไทย ตั้งแต่วันที่1- 27 พฤศจิกายน รวม 1,007 ราย ประกอบด้วย บอตสวานา 3 ราย นามิเบีย 16 ราย แองโกลา 22 ราย มาดากัสการ์ 7 ราย เมอร์ริเซียส 27 ราย แซมเบีย 5 ราย เอสวาตินี 39 ราย เอธิโอเปีย 45 ราย โมซัมบิก 12 ราย มาลาวี 2 ราย ซิมบับเวย์ 3 ราย และแอฟริกาใต้ 826 ราย ทั้งหมดนี้มีผลตรวจ RT-PCR ในวันที่เดินทางถึงประเทศไทยเป็นลบ
ทั้งนี้ผู้เดินทางเข้าประเทศไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ที่จำเป็นต้องตรวจ RT-PCR ก่อนบินเข้าประเทศไทยก่อน 72 ชั่วโมง ถึงแล้วก็ต้องมีการตรวจ RT-PCR ซ้ำ ตั้งแต่วินาทีที่มาถึง รวมถึงมีการตรวจแบบ ATK ซ้ำด้วย ที่ยังคงมาตรการเหล่านี้ไว้ถือเป็นการคัดกรองตรวจจับเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ หลายครั้งเราเห็นประชาชน สถานประกอบการ อาจตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงยังคงเข้มงวด ซึ่งเรื่องนี้เป็นการตอบคำถามได้ว่าการที่เราตรวจพบเชื้อได้รวดเร็วจะทำให้เกิดการกักตัวนำผู้ป่วยเข้าสู่การรักษา และทำให้ไม่เกิดการแพร่กระจายไปยังชุมชนของประเทศไทย
สำหรับการปรับมาตรการเข้าราชอาณาจักรไทยของประเทศทวีปแอฟริกา ประกาศวันที่ 28 พฤศจิกายน แบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ
กลุ่มแรก ประเทศที่มีรายงานเชื้อชัดเจน ได้แก่ บอตสวานา แอสวาตินี เลโซโท มาลาวี โมแซมบิก นามีเบีย แอฟริกาใต้ ซิมบับเว ถ้าประชาชนกลุ่มนี้ มีถิ่นพำนักใน 8 ประเทศนี้เกิน 21 วัน เงื่อนไข Test & Go ไม่ได้ เข้ามาในกรณีแซนด์บ็อกซ์ หรือกักตัวเท่านั้น หลังวันที่ 27 พฤศจิกายนเป็นต้นมา ประกาศชัดเจน
อนุญาตให้ประชาชนจาก 8 ประเทศนี้ ลงทะเบียนเพื่อขอเข้าราชอาณาจักรไทย แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่ลงทะเบียนล่วงหน้า จะเข้าสู่กระบวนการต้องมีการกักตัว 14 วัน ตรวจ RT-PCR 3 ครั้ง คือ เดินทางมาถึง ซ้ำวันที่ 5-6 และก่อนออกจากการกักตัว 12-13 มีการประกาศเพิ่มใน กลุ่ม 8 ประเทศนี้ หลังวันที่ 1 ธันวาคม ห้ามไม่ให้มีการเดินทางเข้าประเทศไทย ยกเว้นเฉพาะคนไทย
กลุ่มที่ 2 ประชาชนที่เดินทางจากทวีปแอฟริกา นอกเหนือ 8 ประเทศ เงื่อนไขคือ เข้าประเทศได้ในแซนด์บ็อกซ์ และการกักตัวเท่านั้น ไม่อนุญาตลงทะเบียนขอเข้าราชอาณาจักร ตั้งแต่ 27 พฤศจิกายนเป็นต้นไป หากมีการลงทะเบียนก่อนหน้านี้ต้องกักตัว 14 วัน ตรวจ RT-PCR 3 ครั้งเช่นเดียวกัน กรณีเดินทางถึงไทยก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน ถึง 5 ธันวาคม ขอให้เจ้าหน้าที่โรคติดต่อเฝ้าระวังติดตามอาการคนกลุ่มนี้ให้ครบ 14 วัน ซึ่งปัจจุบันมีการประสานงานทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เกือบ 200 ราย สามารถติดตามได้ทั้งหมด จึงขอความร่วมมือว่า หากเขาจะไปไหนอย่างไร ขอความร่วมมือติดตามให้ครบ 14 วัน ส่วนประชาชนไทยเมื่อเดินทางมาถึง 6 ธันวาคม เป็นต้นไป ต้องเข้าสู่การกักตัว 14 วัน
แพทย์หญิงอภิสมัย กล่าวต่อ ในการประชุมศบค. ชุดใหญ่ เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ทบทวนการประเมินนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางถึงไทย ได้ประกาศวันที่ 16 ธันวาคม จะมีการตรวจโดยใช้เฉพาะ ATK ส่วนนี้ สาธารณสุขให้เหตุผลการประเมินสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด จึงขอให้ทุกคนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่าจะยังคงตรวจแบบ RT-PCR ไว้ จนถึง 16 ธันวาคมและจะเปลี่ยนเป็นการตรวจแบบ ATK ตามที่ศบค. ชุดใหญ่ มีมติหรือไม่ยังคงต้องติดตาม ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้
สำหรับรายงานการรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรทางอากาศ 1-28 พฤศจิกายน รวม 122,398 ราย โดยเมื่อวาน (28 พ.ย.) มีผลบวกจากการตรวจ RT-PCR 11 ราย สะสม 160 ราย คิดเป็น 0.13% เน้นย้ำว่าระบบการคัดกรอง การตรวจเอกสารที่อาจจะดูยุ่งยาก แต่วันนี้มีความจำเป็น นอกจากจะทำให้ประชาชนคนไทยปลอดภัย นักท่องเที่ยวที่มีการติดเชื้อเขาอาจจะไม่มีอาการ แต่เมื่อรายงานผลการติดเชื้อเขาจะได้รับการดูแลตามมาตรฐานของไทย
นอกจากนี้ที่ประชุมศบค. ชุดเล็ก วันนี้ได้มีการประชุมกับ 5 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว คือ กรุงเทพมหานคร ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่ และภูเก็ต ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการรายงานว่า หลายโรงแรม พบว่านักท่องเที่ยวหลายคนเข้ามายังไม่ทราบมาตรการป้องกัน โควิด-19 ของประเทศไทย บางส่วน ทางโรงแรมมีการชี้แจงและให้การช่วยเหลือ จึงขอย้ำไปทางสถานประกอบการ พบเห็นช่วยแนะนำนักท่องเที่ยวเหล่านี้ด้วย รวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงต่างประเทศ ต้องประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง เช่น สถานทูตไทยในประเทศต้นทาง