รศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า คณะวิศวะฯ ม.มหิดลได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการเตรียมความพร้อม เพื่อเข้ารับการตรวจประเมินจากคณะกรรมการ ABET มาตั้งแต่ปี 2560 และเข้าร่วม “โครงการขับเคลื่อนให้สถาบันอุดมศึกษาไทยได้รับการรับรองจาก ABET ภายในปี พ.ศ. 2565” เมื่อเดือนมกราคม 2563
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สป.อว.) มุ่งส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาไทยยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผลักดันหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ไทยให้ผลิตบัณฑิตที่มีทักษะ และสมรรถนะในการทำงานตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน
รวมทั้งข้อกำหนดในการประกอบวิชาชีพระดับสากล ตลอดจนสามารถโอนหน่วยกิต และเคลื่อนย้ายไปทำงานในภูมิภาคอาเซียนและนานาประเทศได้ทั่วโลก
ปัจจัยที่ทำให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ผ่านการตรวจรับรองเบื้องต้นในคุณภาพการศึกษาจากคณะกรรมการ ABET มาจากศักยภาพและคุณภาพในการจัดการศึกษา ซึ่งมีวงรอบการติดตาม การประเมินและปรับปรุงในทุก ๆ ปี โดยรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ทุกภาคส่วน ทั้งจากนักศึกษาปัจจุบัน ศิษย์เก่าที่จบการศึกษาไปแล้ว รวมถึงข้อคิดเห็นจากผู้ใช้บัณฑิต นายจ้าง ภาครัฐและธุรกิจอุตสาหกรรม เพื่อความทันสมัยและความเป็นสากลของหลักสูตร
อีกทั้งผลลัพธ์ของการศึกษาที่สะท้อนมาในคุณลักษณะต่างๆ ตามเกณฑ์มาตรฐานของ ABET 8 ด้าน ประกอบด้วย
- Students
- Program Educational Objectives
- Student Outcomes
- Continuous Improvement
- Curriculum
- Faculty
- Facilities
- Institutional Support
ส่วนแผนงานในก้าวต่อไป คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จะดำเนินการพัฒนาปรับปรุงทุกหลักสูตรอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานทางการศึกษาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ในระดับโลก และเตรียมการตรวจรับรอง เมื่อครบวงรอบในอีก 6 ปีข้างหน้า
อีกทั้งพร้อมให้คำแนะนำและเป็นพี่เลี้ยงแก่คณะวิศวกรรมศาสตร์จากสถาบันอื่น ๆ ภายในประเทศไทย ร่วมกับกระทรวง อว. เพื่อผลักดันให้ผ่านการรับรองตาม “มาตรฐาน ABET” ประเทศสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกัน