กกท.ตั้งเป้าทัพนักกีฬาไทยที่ไปแข่งขันในศึกเอเชียนยูธพาราเกมส์ที่บาห์เรน จะต้องติด 1 ใน 5 ของเอเชีย และคาดหวังเหรียญรวม 30 เหรียญทอง

นายประชุม บุญเทียม รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนยูธพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ณ เมืองมานามา ราชอาณาจักรบาห์เรน โดยมี นายปรีชา ลาลุน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ, ผู้แทนคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย และผู้แทนสมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา กกท. เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา


ที่ประชุมรับทราบ กําหนดการการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนยูธพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 2-6 ธันวาคม 2564 ณ เมืองมานามา ราชอาณาจักรบาห์เรน ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ประเทศไทยส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 176 คน แบ่งออกเป็น นักกีฬาจำนวน 107 คน และเจ้าหน้าที่จำนวน 69 คน และส่งกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 9 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย 1. บอคเซีย 2.กรีฑาลู่ - ลาน 3.วีลแชรร์บาสเกตบอล 4.เทเบิลเทนนิส 5.แบดมินตัน 6.ยกน้ำหนัก 7.ว่ายน้ำ 8.โกลบอล และ 9.เทควันโด โดยคณะนักกีฬาไทยมีกำหนดการเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 โดยจะต้องปฏิบัติตามมาตรการการเข้าราชอาณาจักรบาห์เรนอย่างเคร่งครัด

จากนั้น ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบการสรุปผลการประเมินจากการติดตามความพร้อมและศักยภาพร่วมกับฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยมีเป้าหมายเป็น 1 ใน 5 ของเอเชีย และคาดหวังเหรียญรวม 30 เหรียญทอง แบ่งเป็น บอคเซีย 4 เหรียญทอง, กรีฑาลู่-ลาน ผู้พิการแขน-ขา 3 เหรียญทอง, กรีฑาลู่-ลาน คนตาบอด 2 เหรียญทอง, กรีฑาลู่-ลาน ผู้พิการทางปัญญา 2 เหรียญทอง, วีลแชร์เรสซิ่ง 2 เหรียญทอง, เทเบิลเทนนิส ผู้พิการแขนขา 5 เหรียญทอง, แบดมินตันคนพิการ 1 เหรียญทอง,ยกน้ำหนัก 1 เหรียญทอง, ว่ายน้ำผู้พิการแขนขา 5 เหรียญทอง, ว่ายน้ำผู้พิการทางปัญญา 2 เหรียญทอง และเทควันโด 1 เหรียญทอง


นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา ส่งเจ้าหน้าที่ไปกำกับดูแลและประสานงานในระหว่างการแข่งขันฯ ประกอบด้วย นักวิทยาศาสตร์การกีฬาประจำแต่ละชนิดกีฬา, พยาบาล, นักสรีรวิทยา, นักจิตวิทยา, นักกายภาพบำบัด และเจ้าหน้าที่นวด รวมจำนวน 12 คน