โครงการคัดเลือกเอกชนในการเช่า/บริหารระบบท่อส่งน้ำในภาคตะวันออกมีปมการประมูลที่มีพิรุธ บริษัท อิสท์ วอเตอร์ จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และ "ศรีสุวรรณ จรรยา" เตรียมเข้ายื่นให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ สัปดาห์หน้า

รัฐบาลมีนโยบายดำเนินโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC พื้นที่ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคต่าง ๆ ด้วยต้นทุนที่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้  อุปสรรคหนึ่งที่ไทยสู้เวียดนาม ไม่ได้คือ ราคาน้ำสำหรับกิจการใน EEC ที่แพงกว่า

 

ภาคเอกชน ส่งหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้กรมธนารักษ์ ชะลอการคัดเลือกบริษัทเอกชน เช่า/บริหาร ระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกโดยเจาะจงเพียงบางราย ซึ่งวิธีดังกล่าวจะกระทบต้นทุนราคาน้ำในอนาคต ส่งผลต่อความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจของภาคอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ EEC และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการกำหนดราคาน้ำในอนาคต ควรให้มีคณะกรรมการควบคุมราคาน้ำ ให้เหมาะสม

ประมูลประปา EEC ฝ่ามติครม.-ค้านสายตาเอกชน

เอกชนอีกราย ส่งเสียงสะท้อนไปยังนายกรัฐมนตรี ว่า สัญญาการบริหาร และดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายตะวันออก ที่กรมธนารักษ์ ทำไว้กับเอกชนรายหนึ่ง กำลังจะหมดสัญญาในปี 2567 กรมธนารักษ์ออกหนังสือเชิญเอกชนเข้าประมูลเพียงไม่กีราย และกำหนดวันยื่นซองอย่างกระชั้นชิด ทำให้เสียโอกาสส่งเสริมให้มีการแข่งขัน เพื่อรักษาราคาน้ำ ทั้งอุปโภค บริโภค และสำหรับภาคอุตสาหกรรม การประมูลครั้งนี้ไม่ก่อให้เกิดการแข่งขัน เพื่อประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง

 

25 ส.ค. 64 สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีหนังสือถึง เลขาธิการคณะกรรมการ EEC ว่า นายกรัฐมนตรี รับทราบข้อเสนอภาคเอกชนแล้ว มอบให้รองนายกรัฐมนตรี สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ กำกับติดตามแนวทางแก้ปัญหา

โครงการคัดเลือกเอกชนในการจัดให้เช่า/บริหารระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก กรมธนารักษ์ มีหนังสือเชิญบริษัทที่มีคุณสมบัติเพียง 3 ราย ให้มายื่นข้อเสนอเพื่อเข้าร่วมการคัดเลือก

 

30 ก.ย. 64 คณะกรรมการที่กรมธนารักษ์ตั้งขึ้น ประชุมและมีมติเลือกเอกชนรายใหม่ โดยไม่ฟังเสียงโต้แย้งจากลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม EEC ที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรี ว่าไม่ควรเร่งรีบเปิดประมูล เพราะไม่ก่อให้เกิดการแข่งขัน เพื่อประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง ทั้งส่งผลต่อความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจของภาคอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ EEC

ประมูลประปา EEC ฝ่ามติครม.-ค้านสายตาเอกชน

การประมูลครั้งนี้ อายุสัญญา 30 ปี กรมธนารักษ์ จะได้รับผลตอบแทนตลอดระยะเวลา 30 ปี เป็นเงิน 1 หมื่น 5 พันล้านบาท ดังนั้น บริษัท อิสท์ วอเตอร์ ที่การประปาส่วนภูมิภาคถือหุ้นใหญ่ และเป็นเอกชนรายเดิมที่บริหารโครงการฯ เมื่อแพ้การประมูล จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และร้องขอคุ้มครองชั่วคราวเนื่องจากมองว่า ครม. เคยมีมติให้กรมธนารักษ์ เจรจากับรายเดิมก่อนที่สัญญาจะสิ้นสุดไม่น้อยกว่า 3 ปี

 

นอกจากนี้ การดำเนินการคัดเลือกครั้งนี้อาจจะไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่ต้องการให้การดำเนินการมีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและให้บริการน้ำในภูมิภาค ซึ่งถือเป็นหลักการที่เป็นสาระสำคัญ

ประมูลประปา EEC ฝ่ามติครม.-ค้านสายตาเอกชน

บริษัท อิสท์ วอเตอร์ ฟ้องว่า แม้จะใกล้สิ้นสุดอายุสัญญาในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 แต่เป็นพันธะของกรมธนารักษ์ ที่จะต้องพิจารณาจัดทำสัญญาฉบับใหม่เพื่อให้บริษัทรายเดิมเป็นผู้ใช้ และบริหารโครงการท่อส่งน้ำต่อไปตามมติครม. เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริหารจัดการระบบท่อส่งน้ำในภาคตะวันออก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมของประเทศได้

 

ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาค ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท อิสท์ วอเตอร์ มองว่า แม้จะอยู่ในสถานะถือหุ้น แต่ไม่สามารถแทรกแซง บริษัทได้

สมบูรณ์ สุนันทพงศ์ศักดิ์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวว่า กลไกของผู้ถือหุ้นเรามีบอร์ดในบริษัท อยู่ 3 ท่านเอง ทั้งที่ความจริงแล้วเราถือหุ้นอยู่ประมาณ 40 นิดๆ น่าจะได้ประมาณ 5 ที่ด้วยซ้ำ แต่ไม่เป็นไรเรื่องที่เกิดขึ้นผมก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ทีนี้ในส่วนของการที่เรา ก็เหมือนว่าต่างคนต่างทำธุรกิจ เราก็รับแค่เงินปันผล ส่วนที่ต้องซื้อน้ำเราก็ชำระ ซื้อน้ำตามตัวเลขที่ตกลงกันก็ค่อนข้างสูง ส่วนที่เงินปันผลก็เงินปันผล ตามสัดส่วนที่เข้าใจ 

 

ต้องบอกว่าก็บริหารงานแบบอิสระ เราแทบจะ ผมไม่คิดว่าบอร์ด 3 ท่าน ได้ทำอะไรได้มากมายนัก จริงๆโหวตเสียง 3 เสียงไม่น่าจะพอ ถึงแม้จะมี 5 เสียงก็ไม่ถึงครึ่งตามตัวน้ำหนัก 40 กว่าๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไรอันนั้นก็เป็นกลไกของบริษัท แล้วก็ค่อนข้างจะเราแทบจะไม่ได้แทรกแซง อินเตอร์เฟีย หรือโดมิเนท อะไรได้เลย สิ่งที่ถือหุ้นก็ยังถือหุ้นอยู่ตามตามนโยบาย

 

"อันนี้ตอบยากมากว่ารายไหนจะให้ประโยชน์กับ กปภ. สูงสุด แต่ด้วยความเชื่อว่า กรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ก็พยามดูแลในส่วนนี้" ผู้ว่าฯการประปาส่วนภูมิภาคกล่าว

ประมูลประปา EEC ฝ่ามติครม.-ค้านสายตาเอกชน

การเปิดประมูลของกรมธนารักษ์ ครั้งนี้ จึงอยู่ในความสนใจของเอกชนที่อยู่ในเขต EEC ความผิดปกตินี้ ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญ บอกกับ สืบสวนความจริง ว่า มีข้อพิรุธที่การยกเลิกผลการคัดเลือด แล้วคัดเลือกเอกชนรายใหม่ ซึ่งให้ผลประโยชน์ตอบแทนน้อยกว่าบริษัท อิสท์ วอเตอร์ จึงเป็นข้อพิรุธ ที่สลับซับซ้อน และต้องการให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ

 

สำหรับหลักฐานที่จะเสนอ ป.ป.ช. มีทั้ง TOR และหลักฐานการเสนอราคาต่อกรมธนารักษ์ จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบกรมธนารักษ์ และประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก น่าจะเข้าข่าย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และพระราชบัญญัติการเสนอราคาต่อหน่วยงานภาครัฐ หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว

ประมูลประปา EEC ฝ่ามติครม.-ค้านสายตาเอกชน

ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญ กล่าวว่าในสัญญาทุกสัญญาที่เปิด TOR ปกติจะเขียนไว้ในข้อ 1 ว่าคณะกรรมการมีอำนาจในการที่จะยกเลิกการเปิดประมูลนั้นได้ เป็น TOR ปกติทั่วไป แต่การอยู่ๆจะมายกเลิกมันต้องมีเหตุผลอธิบายมากพอสมควร ประเด็นสัญญาที่เขายกเลิกคือเรื่องของความชำนาญ หรือประสบการณ์ในการที่จะทำโครงการนี้ให้สำเร็จ ซึ่งผมก็แปลกใจว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ อิสท์ วอเตอร์ ทำมาแล้ว 30 ปี แล้วพอมาเปิดประมูลรอบใหม่ กลับมาอ้างว่าบริษัทเดิมอาจจะไม่มีความรู้ความสามารถในการที่จะดำเนินกิจการหรือโครงการนี้ได้

 

มันก็เป็นเรื่องพิรุธแล้วก็แปลกพอสมควร เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่ อิสท์ วอเตอร์ ที่เป็นบริษัทเดิมได้ดำเนินการอยู่แล้ว มีประสบการณ์อยู่แล้ว ดังนั้น จะมาอ้างว่าอาจจะไม่มีประสบการณ์มากเพียงำอที่จะผลักดันหรือดำเนินโครงการนี้ได้ เป็นเรื่องที่ผิดปกติ

 

ล่าสุด 18 พฤศจิกายน 2564 ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำขอคุ้มครองชั่วคราวของ อิสท์ วอเตอร์

 

“ประภาศ คงเอียด” อธิบดีกรมธนารักษ์ ให้สัมภาษณ์หลังทราบคำสั่งศาลปกครอง ทำให้กรมธนารักษ์ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปได้ ส่วนจะลงนามสัญญาเอกชนรายใหม่เมื่อใดนั้น ต้องพิจารณารายละเอียดว่าจะดำเนินการได้แค่ไหนอย่างไร

 

สำหรับโครงการนี้ สืบสวนความจริง ตั้งประเด็นที่ต้องพิจารณา คือ ครม.มีมติให้กรมธนารักษ์ ต้องเจรจากับบริษัทรายเดิมก่อนที่สัญญาจะสิ้นสุดไม่น้อยกว่า 3 ปี นอกจากนี้ การดำเนินการคัดเลือกครั้งนี้อาจจะไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่ต้องการให้การดำเนินการมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และให้บริการน้ำในภูมิภาค

 

เมื่อเป็นนี้ “ประภาศ คงเอียด” อธิบดีกรมธนารักษ์ จะกล้าเดินหน้าเซ็นสัญญา กับเอกชนรายใหม่ ฝ่ามติคณะรัฐมนตรี หรือไม่