3. โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาโดยเร็ว ไม่ให้อาการลุกลามและมะเร็งบางชนิดยังเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งจะได้ใบรับรองและประวัติ หรือ Code เพื่อเลือกไปรับบริการผ่าน 3 ช่องทาง คือ
- 1) ผ่านสายด่วน สปสช. 1330
- 2) แอปพลิเคชัน สปสช. และ
- 3) ติดต่อที่หน่วยบริการโดยตรง เฉพาะที่โรงพยาบาลรักษามะเร็ง
โดยให้บริการตามโปรโตคอลรักษามะเร็ง บริการระบบสาธารณสุขทางไกล (Telehealth) บริการปรึกษาเภสัชกรทางไกล (Tele pharmacy) และการให้ยาเคมีบำบัดที่บ้าน (Home Chemotherapy) โดยเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2564 ในโรงพยาบาลรักษามะเร็งที่มีความพร้อมทั่วประเทศ โดยความร่วมมือกับกรมการแพทย์ที่ได้จัดทำฐานข้อมูลเชื่อมโยงเพื่อให้บริการ
4.ย้ายหน่วยบริการได้สิทธิทันที ไม่ต้องรอ 15 วัน จากเดิมที่การย้ายหน่วยบริการต้องรอทุกวันที่ 15 หรือวันที่ 28 ของเดือน เนื่องจากต้องตรวจสอบเอกสารสิทธิก่อน ทำให้เป็นอุปสรรคเมื่อเจ็บป่วยไม่สามารถเข้ารับการรักษากับหน่วยบริการได้ทันที ดังนั้น สปสช. ได้พัฒนาระบบการลงทะเบียนโดยใช้แอปพลิเคชัน สปสช. บนสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ ให้ประชาชนเปลี่ยนหน่วยบริการประจำด้วยตนเองและได้สิทธิทันทีภายในวันเดียว (เปลี่ยนสิทธิไม่เกิน 4 ครั้ง/ปี)
นพ.จเด็จ ยังกล่าวอีกว่า ยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำให้ประชาชนมีความสะดวกในการรับบริการ
"จากรายงานที่ปรากฏจะเห็นได้ว่าการพัฒนาระบบบริการทั้ง 4 บริการนี้ ตามนโยบายของ รมว.สาธารณสุข ได้ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ป่วยในการเข้ารับบริการ ลดความยุ่งยากในการใช้สิทธิบัตรทอง ทำให้เข้าถึงการรักษาเพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนบริการที่ได้นำร่องในบางพื้นที่นั้น สปสช.มีนโยบายที่จะขยายบริการเพิ่มเติม โดยในส่วนบริการผู้ป่วยในไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัวจะขยายครอบคลุมทั่วประเทศในปี 2565 นี้"