สปสช.เผยผลงานเด่น “ยกระดับบัตรทอง 4 บริการ” ช่วยเพิ่มความสะดวกผู้ป่วย ลดความยุ่งยากใช้สิทธิ เข้าถึงการรักษาเพิ่มขึ้น พร้อมขยายบริการหลังทดลองนำร่อง ระบุ ปี 2565 บริการผู้ป่วยในไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัวครอบคลุมทั้งประเทศ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

14 พฤศจิกายน 2564 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ได้เห็นชอบให้มีการ “ยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” หรือ “บัตรทอง” เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2563 ใน 4 บริการ ตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

สปสช. "ยกระดับบัตรทอง" เพิ่มความสะดวก ลดยุ่งขาก เข้าถึงบริการ

โดย สปสช.ได้สรุปการดำเนินการตามนโยบาย สร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 6 เดือน ของปีงบประมาณ 2564 (ตุลาคม 2563 - มีนาคม 2564) ดังนี้ 

1. ประชาชนที่เจ็บป่วยไปรับบริการกับหมอประจำครอบครัวในหน่วยบริการปฐมภูมิในระบบบัตรทองที่ไหนก็ได้ ตามนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” เริ่มนำร่องในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และพื้นที่ สปสช.เขต 9 นครราชสีมา เนื่องจากโครงสร้างระบบบริการที่มีความพร้อม โดยกระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร จะขยายเครือข่ายบริการปฐมภูมิเพื่อรองรับ มีการเชื่อมต่อข้อมูลคลินิกหมอครอบครัวและผู้ป่วยเพิ่มเติม จัดทำระบบตรวจสอบสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน และระบบยืนยันตัวตนในการรับบริการผ่านบัตรประชาชน

สปสช. "ยกระดับบัตรทอง" เพิ่มความสะดวก ลดยุ่งขาก เข้าถึงบริการ

2.ผู้ป่วยในไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัว เดิมการขอใบส่งตัวรักษาจากหน่วยบริการประจำเพื่อรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง ผู้ป่วยหรือญาติจะต้องทำทุก 3 เดือนจนกว่าจะสิ้นสุดการรักษา โดยกรณีที่เข้ารักษาเป็นผู้ป่วยใน การที่ต้องกลับไปขอใบส่งตัวใหม่ที่หน่วยบริการประจำ นอกจากเกิดความไม่สะดวก เป็นปัญหาแล้ว ยังมีภาระค่าใช้จ่ายเดินทาง สปสช. จึงได้ปรับระบบให้ผู้ป่วยในสามารถรักษาต่อเนื่องได้ทันทีตามการวินิจฉัยของแพทย์ โดยไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัวที่หน่วยบริการประจำ ใช้เพียงบัตรประชาชนตรวจสอบตัวตนผู้ป่วยเท่านั้น 

3. โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาโดยเร็ว ไม่ให้อาการลุกลามและมะเร็งบางชนิดยังเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งจะได้ใบรับรองและประวัติ หรือ Code เพื่อเลือกไปรับบริการผ่าน 3 ช่องทาง คือ

  • 1) ผ่านสายด่วน สปสช. 1330
  • 2) แอปพลิเคชัน สปสช. และ
  • 3) ติดต่อที่หน่วยบริการโดยตรง เฉพาะที่โรงพยาบาลรักษามะเร็ง

สปสช. "ยกระดับบัตรทอง" เพิ่มความสะดวก ลดยุ่งขาก เข้าถึงบริการ

โดยให้บริการตามโปรโตคอลรักษามะเร็ง บริการระบบสาธารณสุขทางไกล (Telehealth) บริการปรึกษาเภสัชกรทางไกล (Tele pharmacy) และการให้ยาเคมีบำบัดที่บ้าน (Home Chemotherapy) โดยเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2564 ในโรงพยาบาลรักษามะเร็งที่มีความพร้อมทั่วประเทศ โดยความร่วมมือกับกรมการแพทย์ที่ได้จัดทำฐานข้อมูลเชื่อมโยงเพื่อให้บริการ 

4.ย้ายหน่วยบริการได้สิทธิทันที ไม่ต้องรอ 15 วัน จากเดิมที่การย้ายหน่วยบริการต้องรอทุกวันที่ 15 หรือวันที่ 28 ของเดือน เนื่องจากต้องตรวจสอบเอกสารสิทธิก่อน ทำให้เป็นอุปสรรคเมื่อเจ็บป่วยไม่สามารถเข้ารับการรักษากับหน่วยบริการได้ทันที ดังนั้น สปสช. ได้พัฒนาระบบการลงทะเบียนโดยใช้แอปพลิเคชัน สปสช. บนสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ ให้ประชาชนเปลี่ยนหน่วยบริการประจำด้วยตนเองและได้สิทธิทันทีภายในวันเดียว (เปลี่ยนสิทธิไม่เกิน 4 ครั้ง/ปี) 

นพ.จเด็จ ยังกล่าวอีกว่า ยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำให้ประชาชนมีความสะดวกในการรับบริการ 

"จากรายงานที่ปรากฏจะเห็นได้ว่าการพัฒนาระบบบริการทั้ง 4 บริการนี้ ตามนโยบายของ รมว.สาธารณสุข ได้ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ป่วยในการเข้ารับบริการ ลดความยุ่งยากในการใช้สิทธิบัตรทอง ทำให้เข้าถึงการรักษาเพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนบริการที่ได้นำร่องในบางพื้นที่นั้น สปสช.มีนโยบายที่จะขยายบริการเพิ่มเติม โดยในส่วนบริการผู้ป่วยในไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัวจะขยายครอบคลุมทั่วประเทศในปี 2565 นี้"