ยุติธรรมอุดรเสนอเงินกองทุนประกันหนุ่มพิการถูกจับบุหรี่ปลอม ขณะที่นายทุนที่รับจำนองโฉนด 5 หมื่นบาท พอเห็นข่าวก็รู้สึกสงสารยินดีไม่คิดดอกเบี้ยให้คืนแค่เงินต้น

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่สรรพมิตพื้นที่อุดรธานี ได้จับนายสุริยา เพ็งพันธ์ อายุ 55 ปี ชายพิการป่วยอัมพฤกษ์ครึ่งซีกด้านขวาขายบุหรี่ติดอากรแสตมป์ปลอม 232 ซอง ต้องเสียค่าปรับ 1.46 แสนบาท แต่ไม่มีเงินเสียค่าปรับ จึงขอติดคุกแทนแม่อายุ 80 ปี จึงถูกควบคุมตัวดำเนินคดีที่โรงพักเมืองอุดรธานี นำตัวไปไว้ที่ห้องขัง น้องสาวทนไม่ได้ต้องนำโฉนดที่ดินไปจำนอง นำเงิน 5 หมื่นบาทมาประกันตัวพี่ชาย ทำให้เกิดกระแสดราม่าขึ้นมา ซึ่งเจ้าหน้าที่สรรพสามิตรออกมาชี้แจง ไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ขายบุหรี่ปลอมก่อนเข้าจับ แต่เป็นบุหรี่ติดอากรแสตมป์ปลอมจากประเทศเพื่อนบ้านที่ลักลอบนำมาขายช่วงขึ้นภาษีบุหรี่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น  
 


ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 นายสุริยา เพ็งพันธ์ อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาได้เดินทางมาโรงพักเมืองอุดรธานี พร้อมด้วยนางประนอม เพ็งพันธ์ อายุ 80 ปี น.ส.วิลาวัลย์ เพ็งพันธ์ อายุ 49 ปี แม่และน้องสาวมาพบ ร.ต.ท.ศุภชัย ขันอาษา พนักงานสอบสวน เพื่อมาให้ปากคำเพิ่มเติม โดยมีทนายความอาสามาร่วมรับฟังและให้คำแนะนำผู้ต้องหา โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุดรธานีเดินทางมาพบผู้ต้องหาและญาติ เพื่อแนะนำเกี่ยวกับเงินกองทุนยุติธรรม  

ยุติธรรมอุดรเสนอเงินกองทุนประกันหนุ่มพิการถูกจับบุหรี่ปลอม
 

น.ส.จักษณา ปัญญาสิทธิ์ ผอ.สนง.ยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ได้มาแจ้งสิทธิให้กับประชาชนตามโครงการยุติธรรมเชิงรุก ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยให้นิติกรมาให้รายละเอียดกับทางผู้ต้องหาว่า กองทุนยุติธรรมสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้ หรือว่ามีความยากจน หรือมีเงื่อนไขที่เข้าหลักเกณฑ์ ซึ่งกองทุนยุติธรรมนี้ก็จะช่วยเหลือในเรื่องการประกันตัว จากข่าวเราทราบว่าทางผู้ต้องหาได้นำหลักทรัพย์ไปวางไว้กับนายทุน ซึ่งเราจะมาแนะนำทางออก เพื่อจะไม่ต้องเสียดอกเบี้ย หรือไม่ลำบากตัวเองในภายหลัง  
 
“ได้แนะนำขั้นตอนในการไปติดต่อที่สำนักงานยุติธรรม ซึ่งวันนี้เราพร้อมรับเรื่องเลย แต่สอบถามแล้ว ผู้ต้องหาต้องการไปพบที่สำนักงาน โดยได้อธิบายเบื้องต้นแล้วว่าต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง ในเรื่องการพิสูจน์ความผิดก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ แต่เรื่องที่จะติดต่อกับเรา เพื่อไปยื่นคำขอเพื่อจะใช้กองทุนยุติธรรมในการประกันตัว ซึ่งจำนวนเงินประกันตัวขึ้นอยู่กับศาลว่าต้องการให้วางหลักประกันเท่าไหร่ ไม่ได้จำกัดจำนวน ในส่วนค่าปรับไม่ได้มีเงินกู้ยืม คือส่วนในการประกันตัว เป็นเงินที่เราจะไปเปลี่ยนหลักประกันในชั้นตำรวจหรือชั้นศาลให้ โดยมาใช้เงินกองทุนแทน แต่เงื่อนไขคือ หลังจากคดีเสร็จสิ้นแล้ว โดยที่ผู้กระทำผิดไม่หลบหนี หลังจากคดียุติ ก็จะคืนเงินนั้นกลับไปกองทุน เพื่อใช้หมุนเวียนช่วยเหลือประชาชนต่อไป ส่วนเงินค่าปรับหรือเรื่องอื่นๆ ไม่เกี่ยวกับเงินกองทุน” 

ยุติธรรมอุดรเสนอเงินกองทุนประกันหนุ่มพิการถูกจับบุหรี่ปลอม
 

น.ส.วิลาวัลย์ เพ็งพันธ์ อายุ 49 ปี น้องสาวนายสุริยา เพ็งพันธ์ ผู้ต้องหา เล่าว่า วันนี้ตำรวจเรียกนายสุริยาฯ มาสอบปากคำ แล้วแจ้งข้อหา “ขายสินค้าไม่มีอากรแสตมป์” จะทำสำนวนประมาณ 7 วัน สรุปสำนวนส่งฟ้องศาล ซึ่งทนายความได้แนะนำว่าถ้าเสียค่าปรับชั้นสอบสวนจะเสียเงินประมาณ 48,000 บาท ซึ่งพวกตนไม่มีเงิน จึงตัดสินใจไปเสียชั้นศาล ซึ่งจะตัดสินภายใน 3-6 เดือน ซึ่งต่อไปจะบอกให้พี่ชายระมัดระวัง แต่เนื่องจากพี่ชายไม่สะดวกที่จะไปซื้อสินค้ามาขายเอง เมื่อมีคนขับรถมาส่งสินค้าก็จะซื้อไว้ขาย ซึ่งเห็นว่าแสตมป์เหมือนกัน แต่ไม่ได้สังเกตตัวเลข ประชาชนก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเลขไม่เหมือนกันก็ดูแต่เพียงว่ามีแสตมป์ติดเพราะซองบุหรี่จะเหมือนกันหมด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าไปจับและบอกจึงได้รู้  


 
“มีสำนักงานยุติธรรมได้มาให้คำแนะนำช่วยเหลือเกี่ยวกับเงินกองทุนยุติธรรมไปประกันตัว เมื่อเรื่องราวเสร็จสิ้นแล้วก็จะได้นำเงินประกันไปคืนกองทุน แต่ต้องนำเอกสารไปยืนที่สำนักงาน ซึ่งพี่ชายมีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงไม่สะดวกในการเดินทางเกรงว่าถ้าเครียดแล้วจะช็อก และยังมีนายทุนที่ได้นำโฉนดที่ดินเป็นชื่อแม่ประมาณ 1 งานไปจำนอง 5 หมื่นบาทพอนายทุนเห็นข่าวก็รู้สึกสงสารบอกว่าเงินที่ยืมมาประกันตัวพี่ชายไม่คิดดอกเบี้ยด้วยให้คืนแค่เงินต้นรู้สึกดีใจ”

ยุติธรรมอุดรเสนอเงินกองทุนประกันหนุ่มพิการถูกจับบุหรี่ปลอม

โดย - เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์