จะเห็นได้ว่า เนื้อหาของมาตรานี้ ไม่ได้ระบุโทษของผู้กระทำเข้าข่ายล้มล้างการปกครองเอาไว้ สิ่งที่เขียนไว้ในกฎหมาย มีเพียง "ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกกระทำได้" ส่วนโทษอื่นๆ ไม่มี
แต่จากการสอบถามนายณฐพร เอง และนักกฎหมายอีกหลายคน ให้ความเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรนมูญ หากศาลเห็นว่าการกระทำของ "รุ้ง-ไมค์-อานนท์" เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ก็จะเป็นจุดตั้งต้นของการเอาผิดทางอาญาต่อไป
1.นายณฐพร ยื่นคำร้องไว้ที่สำนักงานอัยการสูงสุดด้วย หากศาลวินิจฉัยว่าการกระทำเข้าข่ายล้มล้างฯ ทางสำนักงานอัยการสูงสุด ก็เดินหน้าคดีอาญาต่อได้เลย เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร โดยอาจแจ้งไปยังพนักงานสอบสวน ให้รวบรวมพยานหลักฐานส่งมา เพราะพยานหลักฐานที่นายณฐพร ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลแสวงหาหลักฐานมาเองด้วย ก็ถือว่ามีข้อมูลมากพอสมควร
2.นายณฐพร และประชาชนคนไทยคนอื่นๆ สามารถไปแจ้งความดำเนินคดีได้ ตามฐานความผิดที่เห็นว่า "รุ้ง-ไมค์-อานนท์" ได้กระทำ เช่น ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 หรืออื่นๆ
แต่ต้องเข้าใจว่า การจะเอาผิดในทางอาญา ต้องมีพยานหลักฐานชัดเจนกว่าในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ และต้องมีหลักฐานเป็นรูปธรรมว่าจะสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือเป็นอันตรายต่อระบบการปกครองจริงๆ โดยต้องมีพฤติการณ์ใช้กำลังประทุษร้าย หรือข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย มีการตระเตรียมสะสมกำลังคนและอาวุธ อย่างนี้เป็นต้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 และ 114 รวมถึง 116 ด้วย
ฉะนั้นโอกาสที่จะเอาผิดอาญา จากการกระทำเพียงขึ้นปราศรัย น่าจะเป็นเรื่องยาก แต่สุ่มเสี่ยงที่จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112
แต่มาตรา 112 เอง ทั้ง 3 คน ก็โดนแจ้งข้อหาไปแล้วหลายข้อหา ซึ่งข้อหาเหล่านั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากการกิจกรรมที่นายณฐพร นำไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ